ยินดีต้อนรับทุกท่านสำหรับคนใจช้ำที่ถูกย่ำยีมาไม่ว่าคุณจะเป็นใครเราคือเพื่อนกัน

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

รู้หน้าไม่รู้ใจ


ว่าจะเลิกเขียนอะไรพวกนี้แล้ว
แต่ทนเห็นพฤติกรรมเธอไม่ไหวจริงๆ
เรื่องนี้ต้องขยาย
ให้คนทั้งบ้านได้รับรู้
และบอกไอ้ทอมให้รู้
ให้มันดูวีดีโอ
ว่าคนที่มันประเคนให้ทุกอย่าง
ไปทำอะไรบ้างตอนที่มันไม่อยู่บ้าน

ไม่อยากเชื่อสายตาว่านั่นคือพฤติกรรมของเธอ

พอแล้วไม่พูดต่อ แต่จะขยายให้คนได้รู้
ว่าคนผิวขาวสวย ท่าทางอ่อนโยน
ธาตุแท้เดิมแล้วเป็นอย่างไร

พี่เองรับได้ทุกเรื่อง
แม้เคยผิดพลาดอะไรมาในวัยรุ่น
เพราะนั่นถือเป็นความผิดพลาด
เป็นบทเรียนสอนเราไม่ให้เดินไปทางนั้นอีก

แต่กลับเป็นว่า เธอทำอย่างนั้นเดินตามเส้นนั้น
นี่จึงไม่น่าเป็นความผิดพลาด แต่คงเป็นสันดานเดิมของเธอ

เรื่องนี้พี่ไม่อาจทำใจยอมรับได้
และไม่อาจทนนิ่งดูดายได้
ต้องหยุดเธอ โดยขยายเรื่องนี้ออกไป
มีอะไรจะแก้ตัว ก็รีบแก้ เสียมิเช่นนั้น
เรื่องนี้รู้กันหมดแน่ มันบ่อยครั้งเกินแล้ว

ที่ทำทุกอย่างก็เพราะรักเธอ
ไม่อยากเห็นเธอเดินออกนอกลู่นอกทาง
โ้ดยพฤติกรรมอันต่ำช้าอย่างนั้น
ขอให้เธอเข้าใจ และหยุดพฤติกรรมเตร็ดเตร่เร่ร่อน
ในยามค่ำคืนนั้นเสียและหยุดนิสัยที่ชอบพักค้างแรมที่บ้านคนอื่นได้แล้ว
อย่าทำตัวเป็นไก่หลายรัง ทั้งที่บ้านตัวเองก็มีอยู่ 


มีปัญหามาบอกพี่ พี่จะไม่มีวันทอดทิ้งเธอ


เชื่อพี่นะคนดี








อยู่ที่เธอว่าจะมองเห็นสิ่งที่พี่มอบให้หรือไม่เท่านั้นเอง


วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

หัวใจพี่สลาย





แม้นว่าเธอ  ตัดบัว ไม่เหลือใย
พี่ก็แสน เสียใจ  เป็นนักหนา
เธอปิดหมด ช่องทาง ที่เคยมา
ทำเหมือนว่า  พี่นี้ ไม่ใช่คน
ไม่คิดว่า  ความคิด เธออย่างนี้
เธอหรือพี่ กันแน่  ที่สับสน
ดูดูไป ก็คล้าย คนวิกล
สาละวน สาละวัน  พันใจเธอ
พี่ยื่นมือ เธอยื่นตีน ใส่ตลอด
ความสัมพันธ์  เลยจอด  อยู่เสมอ
ถ้าคิดดี  ดีไป ไม่ว่าเธอ
ขอให้เธอ อย่าขาย ของเก่ากิน
อย่าเที่ยวเร่ เทขาย ผืนนาน้อย
คนอื่นเขา จะคอย พูดติฉิน
ชีวิตนี้ คงยาก สิ้นมณฑิล
ถ้าหากิน กับการ ขายผืนนา
พี่ยังรัก อภัย ให้เสมอ
อยากทักทาย  ทุกครั้ง ที่เจอหน้า
แต่อดกลั้น  อดทน ตลอดมา
เพราะทีท่า  เย็นชา ของตัวเธอ
ใช้หัวใจ  ซื้อใจ เธอไม่ได้
คงใช้เงิน ไปยื่น  ข้อเสนอ
เธอชอบเงิน  หรือใจ  กันแน่เธอ
บอกซิเออ พี่จะ ได้ทำตาม
เสียแรงรัก  เสียแรงหลง เสียแรงห่วง
แต่พุ่มพวง ตัดใย แลเดินข้าม
เหมือนเกลียดตัว  กินไข่  แม่คนงาม
เธอจึงย่ำ  ข้ามหัว ของพี่ไป
พี่รักเธอ วันนี้  ก็ยังรัก
ยังแน่นหนัก พลัง รักยิ่งใหญ่
อยากให้เธอ เดินคู่ เคียงกันไป
จึงได้ใฝ่ ได้ฝัน ให้อาลัย
แสนเสียดาย  ร่างกาย  ให้เขาชม
แลกกับค่า ขนม  เขาโยนให้
ใช้ชีวิต  เสเพล แสนเสียดาย
พี่รักเธอ หมดใจ  เธอไม่มอง
ตัวพี่ก้อง  คงทำ ได้เท่านี้
ได้แต่ยื่น  ไมตรี  ให้สนอง
เธอเตะทิ้ง  โยนทิ้ง กลิ้งลงคลอง
ใจพี่ก้อง แหลกร้าว เปล่าเปลี่ยวทรวง
แม้เมื่อใด มีใจ เป็นสัมมา
พาใจเธอ กลับมา  พี่ยังห่วง
พี่ยังรัก ยังหลง ยังอยากควง
พี่ยังห่วง ตัวเธอ ทุกวี่วัน
ไม่อยากให้  เยื่อใย สายไมตรี
ขาดสะบัน  อย่างนี้ แม่จอมขวัญ
หรือไม่อยาก เห็นหน้า ชั่วนิรันดิร์
ถ้าอย่างนั้น  ใจพี่ คงร้าวราน
พี่ยกเธอ ไว้ใน  หัวใจพี่
คอยเติมรัก  ไมตรี เชื่อมสมาน
แต่เธอกลับ  ยกตีน สิ้นสัมพันธ์
หัวใจของ  เธอนั้น ดำกว่ากา
กลับคืนมา  ที่รัก อย่าหักกัน
กลับมาสาน สัมพันธ์  เหมือนดังว่า
อย่างน้อยน้อย  ก็พลอย  เอ่ยวาจา
คอยถามไถ่ ไปมา ก็ยังดี







แม้ไม่รวยเหมือนใคร แต่พี่ก็พอมี


ไม่เคยคิดใช้เงินซื้อเธอ แต่ถ้าเธอต้องการก็มาเจรจาการค้ากันได้เลย





วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ขอซื้อหัวใจเธอ




ความสงสัยมันทำให้เราคิด เรากังวล
ภาพที่มันเห็นกับตา มันไม่เคลียร์ ไม่มีคำตอบ
มันเลยชวนให้พี่คิดมาก
เพราะพี่เห็นลักษณะอย่างนี้หลายครั้งแล้ว

ผู้หญิงปกติ มีที่ไหนแต่งตัวสั้นจุ้ดจู๋
ออกไปไหนมาไหนคนเดียวและกลับมาอีกทีเช้า
ใครไม่สงสัยสิเรื่องแปลก

พี่ต้องการคำตอบนี้จากเธอนะคนดี
ช่วยเคลียร์ข้อสงสัยให้พี่หน่อย

ถ้าคนที่มันอยู่กับเธอ มันปล่อยให้เธอทำอย่างนั้น
ต้องประณามว่ามันต่ำชั้นยิ่งกว่าหมา
คนรักกันเขาไม่ปล่อยให้คนที่เรารักทำอย่างนั้น
หรือไปไหนมาไหนคนเดียวกลางค่ำกลางคืน
ใครที่ทำอย่างนั้นมันแค่แมงดา เกาะกระโปรงผู้หญิงกิน
สมควรถุยน้ำลายรดหน้ามัน


ยิ่งคิดพี่ก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งสับสน
หรือว่าเธอทำอย่างนั้นจริง
เธอจึงอายพี่ และผลักไสพี่หนีออกไปให้ไกล
เพื่อจะได้ไม่ไปรับรู้เรื่องราวของเธอ

ขอบอกว่าถ้าเป็นอย่างนั้น
พี่ยิ่งต้องวิ่งเข้าไป
วิ่งเข้าไปดึงเธอออกมาจากสิ่งเลวร้ายนั้น
ในโลกนี้ไม่มีอะไรต่ำทรามเท่ากับขายศักดฺ์ศรีลูกผู้หญิงกิน
นั้นมันเป็นความตกต่ำถึงขีดสุด ต่ำทรามทางใจถึงที่สุดของลูกผู้หญิง
พี่จะหยุดเธอให้ได้ไม่ว่าจะโดยวิธีใด ถ้าเธอทำอย่างนั้น
ถ้าเธอจะขาย มาขายให้พี่
พี่จะซื้อเธอ
พี่จะซื้อใจเธอ ตัวเธอ
เธอจะได้ไม่ไปเร่ขายของเก่าให้ใครดูถูกในยามที่คนเขาหลับเขานอนนกันอีก
มาขายให้พี่ได้ทุกเวลา
เบอร์โทรเธอก็รู้ โทรมา 24 ชั่วโมง
บ้านเธอก็รู้ เดินมา 24 ชั่วโมง
เมล์เธอก็มี บอกความในใจมา
มานั่งลง มาคุยกับพี่
ว่าเธอจะขายเท่าไหร่
มาบอกกับพี่
ว่าชีวิตที่เหลือเธอจะขายให้พี่เท่าไหร่
พี่จะซื้อชีวิตนี้ หัวใจดวงนี้
ไว้ให้อยู่กับพี่
และให้เป็นของพี่ตลอดไป
แล้วพี่จะพาเธอเดินร่วมทางเดินกับพี่
ในเส้นทางที่เธอไม่เคยเดินมาเลยทั้งชีวิต
ซึ่งมันเป็นทางเกียรติยศ ทางดี ทางงาม ทางก้าวหน้า
ทางที่เธอมีศักดิ์ศรี
เธอพร้อมไหมที่จะก้าวไปกับพี่
ถ้าพร้อมพาใจของเธอมาหาพี่ทุกเวลา
พี่รอเธอทุกเวลาเช่นกัน


ถ้าเงินทองมันขาดมือ
ก็อย่าสร้างภาระให้เกินกำลังที่เรามี มันจะทำให้เราเดือดร้อน
ถ้าไม่มีจริงๆ เดินมาหาพี่ มาบอกพี่ได้
เธอจะไม่ต้องเสียตัวให้กับพี่
แต่เธอจะได้เงิน ได้ความห่วงใย กลับคืนไป
พี่มิใช่คนร่ำรวย
แต่พี่รู้จักใช้รู้จักวางแผนการเงิน
วางแผนชีวิต
เลยทำให้พี่ไม่ขาดมือ
พี่บินเท่าที่กำลังพี่มี
พี่บอกตัวเองเสมอว่าคนเราไม่ใช่มีชีวิตอยู่แค่วันนี้พรุ่งนี้
เรายังอยู่อีกนาน ถึงอายุ 80 ปีเป็นอย่างน้อย
ระยะเวลาที่เหลือนี้ถ้าเราประมาท เราจะอยู่อย่างไร
เราจะลำบากแค่ไหนในยามที่เราชรา ไม่มีหลักประกันที่มั่นคงให้ตนเอง
ไม่มีเงินเก็บออม เราจะอยู่อย่างไรเมื่อเราโรยแรง
พี่จึงเก็บออม ไว้ใช้วันหน้า 
ในวันนี้ที่พี่ยอมเดินย่ำต๊อกก็เพราะเก็บเงินเอาไว้ใช้ในยามชรา ยามฉุกเฉิน
คนเราต้องคิดไกลๆ อ่านกันยาวๆ

ดูคนอย่าดูเปลือกนอกที่เขาสร้างขึ้นฉาบทาขึ้น
แต่งหน้าด้วยผักชี
คนเรามันวัดกันตอนแก่เฒ่าว่าใครจะอยู่ดี อยู่ได้ หรือลำบาก
พี่ยอมลำบากตอนหนุ่มเพื่อสบายตอนแก่
พี่ก็อยากให้เธอทำและวางแผนเหมือนพี่ด้วย

มีรถยนต์โก้หรู หนี้ทั้งนั้น
ได้เงินมาลงหนี้หมด
ไม่เหลือเงินแม้จะซื้อข้าวกิน
จะมีประโยชน์อะไร
โก้แต่หน้าแต่ไส้แห้ง พี่ไม่เอา
พี่ยอมใช้ชีวิตจนๆ แต่มีอยู่มีกินจนตายดีกว่า

วัดคนระยะยาวนะจ๊ะคนดี

พี่จึงยื่นมือเชิญชวนให้เธอมาเดินไปตามทางเส้นนี้กับพี่
เพราะพี่รักเธอ พี่จึงอยากให้เธอร่วมทางเส้นนี้ด้วย
เดินไปกับพี่ ใครล้มก็พยุงดึงกันขึ้นมา
ดูแลกันเหมือนกันที่รักที่ห่วงใยกัน
ไม่ใช่ปลอกลอกประโยชน์จากกันและกัน

เธอจะเชื่อพี่หรือไม่ก็ตามใจเธอ
เมื่อใดที่เธอเชื่อพี่ว่าพี่คนนี้รักเธอที่สุด
ม่มีวันจะพาเธอเดินลงเหวลงนรกแน่นอน
เธอก็เดินออกมาหาพี่

เดินมาหาคนที่รักเธอ
ดีกว่าเดินไปเร่ขายให้คนอื่นที่เขาดูถูก ไม่เห็นค่าเธอ เห็นแค่ราคาเท่านั้น



มาบอกพี่ว่ามีปัญหาอะไร มาเปิดใจคุยกัน
พี่จะรับฟังความในใจความเจ็บปวดเธอทุกอย่าง
และพร้อมจะลบรอยแผลที่เจ็บปวดในใจนั้นให้เธอ

จงอย่ามองข้ามพี่
จงอย่าอายพี่ เพราะผู้ชายคนนี้รักเธอ
ไม่ทำลายเธอ

ถ้าอายพี่ กลัวพี่รู้ แต่กลับไปทำสิ่งไม่ดีกับคนอื่นได้
อย่างนี้ไม่สมควร วันนึงเขาจะเปิดโปงเธอ
เธอจะไม่มีที่ยืนในสังคม
เรื่องดีเรื่องไม่ดี มาบอกพี่
ให้มันตายอยู่กับพี่คนเดียวก็พอ

ลดทิฐิลงนะคนดี
หันมามองผู้ชายคนนี้ให้จริงจังสักที
เธอจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในชีวิตเธอ
พี่จะพาเธอไปในทางที่ดีมีหลักประกันให้ชีวิตยามชรา
พี่จะถ่ายทอดสิ่งที่พี่มี
ให้เธอเต็มกำลังความสามารถ
พี่จะผลักเธอขึ้นสู่ที่สูงกว่านี้ให้ได้พี่รับรอง

อย่างที่เธอรู้พี่มีทรัพย์ในตัวคือ สมอง คือความรู้
ทรัพย์ที่อยู่ภายใน
ที่ไม่มีวันกินหมด หรือใช้หมด
ยิ่งใช้ยิ่งฉลาด ยิ่งปราชเปรื่อง
และใช้มันสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างทรัพย์ภายนอกได้ทุกเวลา
พี่จะทุ่มเทให้เธอ เพื่อดันเธอไปสู่
เธอคนใหม่ ถึงวันนั้นพี่ไม่ต้องการอะไรมาก
นอกจากให้เธอหันมายิ้มให้พี่ และบอกขอบคุณพี่ ที่พาเธอมาถึงจุดนั้นได้

พี่พร้อมเสมอ
เธอล่ะพร้อมหรือยัง
พร้อมที่จะให้โอกาสตัวเองหรือยัง
พร้อมที่จะเดินในทางที่ถูกต้องหรือยัง
สองมือของพี่ ไม่เคยเปื้อนเลือด ไม่เคยฆ่าใคร
ไม่เคยย่ำยีใคร ไม่เคยทิ้งใครให้ตรมน้ำตา

มีแต่ผลักคนเข้าสู่ที่สูง ดึงคนขึ้นจากเหว
ใครที่ได้รู้จักพี่ จะรู้ว่าตัวเองสูงขึ้นมาทั้งความรู้ สถานะทางสังคมทุกคน
ไม่มากก็น้อยตามความสามารถแต่ละคนที่มีอยู่อย่างจำกัด

พี่ยื่นมือรอเธอจับอยู่เสมอ

เดินออกมานะคนดี
ชีวิตนี้ที่เหลือ พี่ขอซื้อ
ซื้อเพื่อมาปั้น มาล้างให้สะอาด
ซื้อเพื่อปรับแต่งเธอ
ขัดเจียรไนเธอ
ให้เห็นเนื้อในที่แท้จริงของเธอ
พี่มองเห็นสิ่งนั้นตลอดมา

เธอล่ะมองเห็นอนาคตตัวเอง มองเห็นความสามารถตนเองหรือไม่
จะยอมทิ้งชีวิตทั้งชีวิตให้จมปรักดักดานอย่างนี้ต่อไปอย่างนั้นหรือ
ถ้าเธอไม่กล้าเดินออกมา

พี่ก็จะขอซื้อเธอด้วยเงิน
ถ้าชีวิตที่เหลือเธอเป็นของพี่ 
บอกมาว่าเธอจะขายชีวิตนี้ให้พี่ด้วยราคาเท่าไหร่
พี่จะขอซื้อเธอไปเก็บไว้ข้างหัวใจพี่





วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ขอเธอก็เพราะรัก




คนดี

พี่ไม่รู้หรอกว่า มีกิจการงานหรือธุรสิ่งใด
พี่รู้แต่ว่า มันไม่ควร มันอันตราย

เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 8 ตุลาคมต่อเนื่องวันที่ 9 ตุลาคม
พี่เห็นเธอรนราน เดินขึ้นๆลงๆ 2 รอบ
รอบหัวค่ำก็ไม่เป็นไร

แต่รอบดึก เธอออกจากบ้านไปตอน 5 ทุ่มครึ่ง
ด้วยกางเกงขาสั้นจู๋ เสื้อยืดแขนสั้น 
เดินออกจากบ้านไปคนเดียว
พี่คิดว่าคงลงมาดูรถ
แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นกลับเข้าบ้าน
พี่เป็นห่วงร้อนรน
ลงจากบ้านเดินตามหา ก็ไม่ทัน
พี่เลยตัดสินใจนั่งรอเธอทั้งคืน
เห็นเธอเดินกลับมาด้วยตาตนเอง จากทางตึก 71 ตอนตี 4 ครึ่ง
ออกบ้าน 5 ทุ่ม กลับ เกือบตี 5 คนเดียว

ใครจะว่ายังไงก็เหอะ พี่ว่าไม่เหมาะ ไม่ควร
บ้านเราก็มี การไปพักค้างแรมที่อื่นอย่างนี้
พูดให้ใครฟังก็ว่าไม่เหมาะ

และกลางคืนบ้านแห่งนี้ ก็มีมิจฉาชีพมากมาย
ทั้งโจรลักรถ พวกค้ายาเสพติด

เกิดเดินไปจ๊ะเอ๋มันเข้า มันลากไปเรียงคิวจะทำอย่างไร
ทำไมเธอใช้ชีวิตประมาทอย่างนี้

ถ้าเธอไม่รักชีวิต พี่ก็ขอเถอะนะ
พี่รักชีวิตเธอ ห่วงชีวิตเธอ และพี่ก็เชื่อว่า พ่อแม่เธอก็คิดเช่นนี้
เพราะกว่าพ่อแม่จะเลี้ยงโตมา ลำบากไม่น้อย
เพื่อต้องการให้เธอเติบโตและอยู่ต่อได้

จะว่าพี่ก็ว่านะ
แต่พี่ก็จะออกปากขอเช่นกัน
ได้โปรดอย่าทำอย่างนี้อีก พี่กราบขอร้องเลย
อย่างน้อยมีคนไปด้วยถ้าไปธุระ 
แต่พี่ว่าคงไม่มีใครคุยธุระตอนดึกๆหรอก

คนที่เป็นห่วงเธอก็แสนทรมาน เมื่อเธอหายไป

ดีใจที่สุดก็เห็นเธอเดินกลับมาอย่างปลอดภัย
เสียใจที่สุดก็ตอนที่เธอใช้ชีวิตประมาท
เสียใจมากกว่านั้นถ้าเธอไม่ฟังคำเตือนพี่

ทุกครั้งที่เธอกลับบ้านพี่หลับตาลงได้อย่างสนิทใจ
แต่เมื่อใดเธอหายไป พี่ก็ถ่างตารอเธอทั้งคืนเช่นกัน เธอรู้มั๊ย
พี่ไม่ห่วงตัวเองเพราะพี่อยู่บ้าน แต่พี่ห่วงเธอ ด้วยใจจริง

ถือว่าพี่ร้องขอแล้วนะ
จงให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย
พี่ไม่อยากหัวใจสลาย เพราะเห็นเธอเป็นอะไรไป
พี่สามารถอยู่อย่างไรก็ได้ ขอแค่มีเธออยู่
 เห็นเธออยู่บ้าน เข้าออกบ้านเป็นเวลา
พี่ยอมใช้ชีวิตอย่างนี้ทั้งชาติได้ ถ้าจำเป็น

แต่จะไม่ยอมให้เธอห่างหายไปจากสายตาได้เลย
พี่ทุกข์ พี่ทรมาน
ที่เห็นเธอทำอย่างนั้น

คำร้องขอของพี่มาจากใจบริสุทธิ์
ที่ไม่อยากเห็นคนที่เรารักเรารู้จัก ออกนอกลู่นอกทาง
หรือเป็นอะไรไป

ใครก็แล้วแต่ การคบกันมันต้องมีกาลเทศะ
ไม่ใช่อะไรก็ได้ ยังไงก็ได้
มันต้องมีขีดจำกัด มีเส้นแบ่ง
เพื่อนไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของชีวิต


ยิ่งไปกินเหล้าในวงล้อมผู้ชาย หรืออะไรก็ตาม
ก็ยิ่งเสี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ

เธอไม่รักพี่ก็ไม่เป็นไร พี่ไม่เคยเสียใจตรงนั้นเลย
แต่พี่จะเสียใจมากที่สุด ถ้าเธอไม่รักตัวเอง
รักตัวเองให้มากๆนะคนดี
ให้สมกับที่พ่อแม่ก่อกำเนิด ฟูมฟัก เลี้ยงดูให้ชีวิตเรามา

เราจงตอบแทนท่านด้วยการรักชีวิตน้อยๆนี้เอาไว้
ให้ปลอดภัยและนานที่สุดตราบนาน

พี่ขอเพราะรัก เพราะห่วง
จำไว้ว่า
คนที่เห็นความสำคัญเราเท่านั้นที่รักที่ห่วงเรา 
และแอบปลื้มกับเรา หรือสนใจในโอกาสสำคัญของเรา
โดยไม่มีประโยชน์ที่จะได้

คนที่ไม่เห็นความสำคัญเรา
เขาจะยิ้มเมื่อได้กินจากเรา เราให้เขากินได้
เราให้ประโยชน์เขาได้
แต่เขาจะทิ้งเรา เมินเรา เมื่อเราไร้ค่าเหมือนหมาข้างถนน

แต่พี่คนนี้จะทำให้เธอเห็นว่า
ปีนี้ ปีไหนๆไม่ว่าเธอจะสุข จะทุกข์
จะจนแต้ม จะไร้ค่า
จะสิ้นราคา
จะไร้ประโยชน์
คนอื่นมองไร้ค่าเป็นหมาข้างถนน
แต่สำหรับใจพี่ เธอมีค่าเสมอ เธอสูงค่ายิ่งกว่าอัญมณีทุกชิ้นในโลกนี้
ได้เธอมาเคียงข้าง พี่ไม่ต้องการสิ่งของมีค่าอะไรอีกเลย
เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดในใจพี่ คือเธอ เท่านั้น
รู้ไว้ว่า
ผู้ชายคนนี้พร้อมจะพยุงเธอขึ้นมา
และพร้อมจะซ่อมแซมจิตใจเธอ
และพร้อมที่จะพาเธอไปในเส้นทางชีวิตที่ถูกต้องดีงาม
เจริญก้าวหน้า
โดยไม่รังเกียจหรือ อายสายตาใคร ไม่ว่าเธอนั้นจะมีสภาพเช่นใดก็ตาม
พี่ก็มีความสุขขอให้ได้เธอยืนเคียงข้าง

นี่คือรักแท้จากใจพี่ ที่มันเกิดกับใครแล้ว 
มันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป แม้ความตายก็พรากไปไม่ได้
ความรู้สึกนี้มันเคยมีให้วริญญา วันนี้เธอไม่อยู่แล้ว
 แต่ความรู้สึกนั้นยังคงเดิม เป็น อมตะเสมอมา

จนมาพบเจอเธอ พี่ก็เทความรู้สึกนั้นให้มาตลอด 
โดยไม่สนว่าจะได้อะไรจากเธอเลย
แค่ให้มีไมตรีจิตที่ดีต่อกัน ตลอดไป พี่ก็พอใจ


รักตัวเองให้มากกว่านี้นะคนดี
ถ้ายังดื้อพี่จะตัดสินใจ
อย่างเด็ดเดี่ยวเพื่อปกป้องเธอและรักษาชีวิตเธอเอาไว้
 ด้วยการบุกบ้านตีตราจองซะให้เรียบร้อย
พี่ทำแน่ ถ้าเธอใช้ชีวิตเหลวไหลอีก 
พี่ไม่ยอมให้เธอเป็นเช่นนั้นหรอก
เธอมีค่าในสายตาพี่ คนอื่นจะยังไงก็ชั่ง
แต่สำหรับพี่เธอสำคัญเสมอ 
แค่ยินเสียง แค่เห็นหน้า 
พี่ก็ทลายโลก ทลายภูเขาลงได้
ใจพี่อยู่เธอเธอ รักษาไว้หน่อยนะคนดี

เธอไม่ต้องเชื่อคำพูดพี่หรอก
แต่พี่อยากให้เธอจดจำคำพูดพี่เอาไว้
เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี 10 ปี หรือจนแก่คากัน
เธอจำไว้ว่า การกระทำของพี่ ยังจะเป็นอย่างนี้อยู่ไหม
เธอจะได้เห็นด้วยตาเธอเองในชาตินี้
ว่าทุกคำพูดที่ออกจากปากพี่เป็นจริง และอมตะเสมอ

สักวันคงเป็นวันของเรา
พี่จะรอวันนั้น





วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ชวนเธอร่วมทาง


ตามอุดมการณ์หรือความเชื่อในทฤษฎีประชาธิปไตยในยุคแรกเขาเชื่อว่า



  1. เชื่อว่ามนุษย์เราทุกคนเกิดมาสามารถฝึกฝนตนเองและเรียนรู้ได้
  2. เชื่อว่ามนุษย์สามารถปกครองตนเองได้
  3. เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเองได้
จากความเชื่อดังกล่าว เมื่อวิเคราะห์ตามจะเห็นว่า ถูกต้อง เป็นจริงตามนั้น
มนุษย์เรียนรู้ได้ ปกครองตนเองได้ และเลือกสิ่งที่ดีให้ตนเองได้

แล้วถามว่าถ้าเป็นอย่างนั้น แล้วทำไมมนุษย์ทุกคนในโลกจึงมีสถานะทางสังคมไม่เท่ากัน
ตำตอบก็คือ ฐานความรู้ หรือองค์ความรู้ ที่ทุกคนมีไม่เท่ากัน ตัดสินใจในสภาพแวดล้อมไม่เท่ากัน การตัดสินใจบนฐานที่ต่างกัน ทำให้ความสำเร็จ ความผิดพลาดไม่เท่ากันตามไปด้วยนั่นเอง

สภาพแวดล้อม หรือสังคมรอบข้างสำคัญกับการตัดสินใจเราอย่างไร

สภาพแวดล้อมสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของเรา เช่น เราอยู่ในสังคมรอบข้างที่เอาเปรียบชิงดีชิงเด่น จะส่งผลต่อเราอย่างน้อย 2 แนวทาง

  1. คือเราถูกสังคมนั้นกลืน คือเห็นด้วยกับวิธีการที่สังคมนั้นยอมรับและปฎิบัติ จึงเข้าเป็นพวกด้วย
  2. เห็นต่างจากพฤติกรรมในสังคมนั้น พยายามที่จะต่อต้านหรือปฎิวัติสังคมนั้นให้ดีขึ้นตามทัศนะตนเอง เป็นต้น




หรือเมื่อเราอยู่กับคนเช่นไร เราก็มักมีความโน้มเอียงไปกับคนคนนั้นด้วย เช่น

อยู่กับคนเล่นการพนัน ม้า มวย หวย บอล และอื่นๆ ก็จะทำให้เรากลายเป็นคนเช่นนั้นด้วย เห็นดีเห็นงามตามไปด้วย เพราะเราเองก็ไม่รู้วิธีหรือหนทางอื่นที่จะหาเงินมา หรือหาประโยชน์จากวิธีสุจริตได้

คนที่รู้แค่ไหน เมื่อมานำทางเรา มันก็จะพาเราเดินไปแต่สิ่งที่มันรู้ เพราะมันมีความรู้เท่านั้น มีความสามารถเท่านั้น เคยหาเงินได้โดยวิธีช่องทางนั้น มันก็พาเราไปทางนั้น

คนที่เชี่ยวชาญด้านอื่นก็เช่นกัน เมื่อเขาเชี่ยวชาญด้านใดเขาก็จะพาเราเดินไปทางนั้น เขาเชี่ยวชาญเรื่องการศึกษา เห็นความสำคัญของการศึกษา คนพวกนี้ก็จะชวนและชี้ทางให้เราเดินไปทางนี้ด้วย เพราเขาเคยเดินเส้นทางนี้มาก่อน รู้ว่าชีวิตจะดีกว่ามั่นคงกว่า คนไม่มีการศึกษาอย่างไร

ดังนั้นการได้คนนำทางที่ดี ก็จะทำให้เราพลอยได้ดีไปด้วยเข้าสุภาษิตโบราณ คบคนพาลพาลไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล ซึ่งจริงตามนั้น


การจะดูนิสัยคนว่าเป็นอย่างไรจึงดูไม่ยากดูแค่ว่า

  1. มันชวนเราไปไหน ก็แสดงว่ามันชอบทางนั้น มันถนัดทางนั้น
  2. ดูว่ามันขนเข้าหรือขนออก หมายถึงมันหาทรัพย์เข้าบ้าน หรือชอบขนทรัพย์ออกจากบ้าน

เช่นเดียวกันกับกรณีที่หญิงหลายคนบอกว่า ผัวฉันกินแต่เหล้า
พอถามว่า เธอเจอผัวเธอที่ไหนตอนจีบกัน เธอตอบว่าก็ในวงเหล้านั่นแหละ กินด้วยกันทุกวันจนได้กัน ก็ถ้าคำตอบคืออย่างนั้น จะผิดอะไร ผู้ชายคนนั้นก็เป็นอย่างนั้นมาแต่ต้นอยู่แล้ว แต่เราเลือกเอง

หรือบางคนบอกว่า ผัวฉันเอาแต่เที่ยวเตร่กลางคืน 
พอย้อนถามว่าเจอกันที่ไหน ก็ตอบว่าสถานบันเทิงเริงรมย์กลางคืน 
มันก็เป็นคำตอบให้ตนเองในตัวอยู่แล้ว ก็มันเป็นของมันอยู่ก่อนแล้ว

กรณีอื่นก็เช่นเดียวกัน
ดังนั้นก่อนที่เราจะโทษคนอื่น ลองถามใจตัวเองก่อนว่า เราเจอไอ้คนนี้ที่ไหนนะ
ถ้าเรารับได้ก็แสดงว่า เราก็ชอบ จริตเดียวกัน หรือคอเดียวกัน

แต่ถ้าเราไม่ชอบมันไม่ใช่ ก็ต้องถึงเวลาตัดสินใจที่จะหยุดเดินตามทางเส้นนั้น แล้วลองหันมาเดินทางเส้นอื่นดู ชีวิตมันไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เมื่อเรารู้ว่าไม่ใช่เราก็หยุดและเปลี่ยนเส้นทางใหม่ อย่ายอมจำนนกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ชีวิตเราทั้งชีวิต อย่าผูกชะตาไว้กับคนที่นำทางที่ไม่ดี หรือบางทีเราลองนำทางตัวเราเองบ้างจะเป็นไร

การตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีให้กับตนเอง มันไม่ใช่สิ่งผิด นั่นคือความกล้าหาญที่ตัดสินใจเลือกแนวทางที่ถูกต้องที่เจริญให้กับตนเอง

เหมือนเรามีร้านขายก๋วยเตี๋ยว ขายมา ห้าปี สิบปี ก็ไม่รวย เราก็ต้องพิจารณาหาสาเหตุเพื่อจะแก้ไข ว่าเป็นเพราะอะไร อาจเป็นทำเลไม่ดี ฝีมือไม่อร่อย หรือคนไม่กินก๋วยเตี๋ยว หรือมันมีเยอะหลายร้าน เราต้องหาสาเหตุให้เจอก่อน


 เมื่อเราเจอเหตุเราก็จะเจอผลโดยไม่ต้องสงสัย



เมื่อมันขายก๋วยเตี๋ยวไม่ได้ ทำไมเราไม่ลองขายข้าวแกง ขายน้ำชา ขายกาแฟ ขายไก่ย่าง ขายปลาย่าง หรือขายอื่นๆดูบ้าง ทั้งที่มันก็นั่งขายเหมือนกัน

การที่เรานั่งจมปรักดักดานอยู่ที่ใดนานๆ ในที่สุดเราก็มักคิดไปเองว่า คงเป็นกรรมยอมรับมันไปเหอะ ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ เมื่อเราอยู่ที่ใดนานๆ ห้าปี สิบปีแล้วไม่ก้าวหน้าไม่ดีขึ้น ไม่มั่นคง ในขณะที่เราแก่ตัวลงทุกวัน นั่นแสดงว่า สิ่งที่เราอยู่มันผิดที่ผิดทาง มันไม่เหมาะกับเรา

การประกอบอาชีพหรือการใช้ชีวิต มันไม่ใช่เรื่องของเวรของกรรม
มันเป็นเรื่องที่จะต้องปรับเปลี่ยนได้เสมอ เมื่อเห็นว่ามันไม่ใช่ อะไรที่เราอยู่แล้วไม่เจริญ มันคือไม่ใช่ การเห็นหนทางที่ดีกว่า เหตผลอะไรที่เราจะไม่ลุกออกไป

การที่มีใครซักคน ยื่นมือ ยื่นโอกาสดีๆให้เรา รักเรา พร้อมจะพาเราไปสู่ทางที่ดีขึ้น เราต้องถามตัวเองว่า เราพร้อมจะให้โอกาสกับตนเองหรือไม่ หรือเราแคร์แต่คนรอบข้าง 
ก็เพราะคนรอบข้างมันทางตัน แล้วมันยังพาเราเดินต่อไปให้ตายด้วยกัน มันไม่ยุติธรรมสำหรับเรา เราต้องมีชีวิตอยู่อย่างน้อย 80 ปี เราถามตัวเองว่า ตลอดเส้นทางที่เหลือนี้ คนคนนี้เพียงพอที่จะพาเราเดินฝ่าอุปสรรคตลอดเส้นทางได้หรือไม่ ถ้าได้ก็ไปต่อ ถ้าไม่ก็ถอยออกมา

เขาไม่มีเรา เมื่อก่อนเขาก็อยู่ได้
เมื่อไม่มีเรา วันหน้าเขาก็ไปหาคนใหม่ต่อไป เมื่อเรามีโอกาสเดิน เราต้องเดิน มีโอกาสคว้าต้องคว้า ชีวิตไม่ใช่ แค่ กิน ขี้ ปี้ นอน มันมีอะไรมากกว่านั้นในเส้นทางชีวิตที่ยาวไกล

ออกมาเถิดคนดี


  • เดินทางชีวิตใหม่ไปกับพี่ 
  • เส้นทางร่วมกับพี่อาจไม่ราบรื่นนัก แต่พี่มั่นใจว่าจะไม่ทิ้งเธอกลางทาง
  • เส้นทางร่วมกับพี่อาจมีทะเลาะกันบ้าง แต่พี่สัญญาว่าจะไม่มีตบตีจากลูกผู้ชายคนนี้
  • เส้นทางร่วมกับพี่อาจไม่หรูหราแต่พี่รับรองว่าเธอจะไม่หยิบยืมเขากิน
  • เส้นทางร่วมกับพี่อาจไม่เพอร์เฟค แต่พี่สัญญา ทุกลมหายใจจะมีแต่เธอผู้เดียว



  • เธอจะได้รู้ว่าครอบครัวเป็นอย่างไร
  • เธอจะได้รู้ว่าอยู่กับคนที่เรารักและเขารักเราเป็นอย่างไร
  • เธอจะได้รู้ว่าผู้ชายที่ดีเป็นอย่างไร
  • เธอจะได้รู้ว่า โลกนี้ยังสวยงามเสมอ



  • พี่จะไม่บอกว่ารักเธอมากแค่ไหน แต่จะบอกเธอว่า จนกว่าพี่จะหมดสิ้นลมหายใจ
  • พี่จะไม่บอกเธอว่า พี่เป็นดี แต่เธอจะเห็นความแตกต่างด้วยสองตาเธอเอง
  • พี่จะไม่บอกเธอว่ามันดีอย่างไร แต่เธอจะได้พบเห็นเอง
  • พี่จะไม่ถามเธอว่า เธอเคยผ่านมือผู้ชายมามากน้อยแค่ไหน ใครบ้างแต่พี่จะถามเธอเพียงว่า เธอพร้อมที่จะตายเคียงข้างพี่ในชีวิตที่เหลือนี้หรือไม่
  • พี่จะไม่ถามว่าเธอมีปัญหาอะไร แต่พี่จะบอกเธอว่า เราจะแก้ทุกปัญหาไปด้วยกันอย่างมีสติ

ในวันที่พี่ไม่มีเกียรติยศ พี่ก็ชี้มือไปที่เธอว่าหัวใจพี่อยู่ที่นั่น
และพี่ก็พร่ำ พูดเสมอว่าพี่สามารถหยิบคว้ามันมาได้ตลอดเวลา ขอเพียงมีเธออยู่ร่วมทาง
ในวันนี้พี่พอมีเกียรติยศ พอเห็นช่องทาง และในหัวใจพี่ก็ยังชี้มือมาที่เธอเหมือนเดิม
หรือว่าเธอจะปล่อยให้คนรักเธอ ตรอมตรมอย่างนี้ตลอดไป

เกียรติยศชื่อเสียงใดไม่มีความหมายสำหรับพี่ หากข้างกายไร้ซึ่งเงาคนรู้ใจ
พี่จะทิ้งมันทันที ทิ้งมันอีก เพื่อบอกให้เธอรู้ว่า เธอเท่านั้นที่พี่ต้องการ


  • แม้ไม่ได้เป็นผู้ชายคนแรกของเธอ แต่ก็พร้อมและยินดีจะเป็นผู้ชายคนสุดท้ายของเธอ











วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

กศน.ทางเลือกสำหรับผู้ที่ขาดโอกาส



กศน.หรือการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐาน
เป็นทางเลือกหลัก หรืออาจเรียกได้ว่า เป็นฟางเส้นสุดท้าย หรือโอกาสสุดท้ายทางการศึกษา
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ขาดโอกาสทางการศึกษา และสำหรับเรียนนักศึกษา ที่ถูกผลักดันโดยครู หรือโดยโรงเรียนในระบบ ด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ

  • กศน.จึงเปรียบเสมือน ฟางเส้นสุดท้ายของชีวิตจริงสำหรับคนไทย เพราะถ้าเราจบ มัยมต้นจากโรงเรียน ในระบบมา แต่ถูกผลักดันให้ออกจากโรงเรียน ในชั้น มัธยมปลาย ชีวิตการศึกษาเราก็จะขาดช่วงทันที


นั่นหมายถึงว่าเราไม่มีโอกาสที่จะก้าวไปสู่ในระดับที่สูงขึ้นหรือระดับอุดมศึกษา หรือมหาวิทยาลัยได้เลย เพราะความรู้เราขาดตอน ขาดช่วง มัยมศึกษาตอนปลายหรือ ม.6

  • ดังนั้น กศน.จึงเป็นประตูสำคัญที่จะทำให้เราได้มีโอกาส ต่อยอดทางการศึกษา ได้ต่อยอดทางชีวิตหน้าที่การงาน ให้สูงขึ้นได้ เปรียบเสมือนเป็นการ อัพเลเวลทางสังคมของตนเองให้สูงขึ้นนั่นเอง


การศึกษา ทำให้คนเรา เท่าเทียมกัน หรืออาจทำให้คนเราต่างกันก็ได้ในขณะเดียวกัน กล่าวคือ ถ้ามีเราการศึกษาเท่ากัน หรือใกล้เคียงกัน ก็จะทำให้สถานะทางสังคมของเราแต่ละคนไม่ห่าง หรือแตกต่างกันมากนัก

  • เมื่อเรามีการศึกษาไม่เท่ากัน ก็จะทำให้เรามีความเหลื่อมล้ำกันทางสังคมตามไปด้วย เช่น

ถ้าเราจบการศึกษาในระดับที่แตกต่างกัน ก็จะทำให้เรา ทำงานที่แตกต่างกันตามไปด้วย เมื่องานมีลักษณะต่างกัน ก็จะทำให้รายได้ของคนเราแตกต่างกัน เมื่อรายได้แตกต่างกัน ก็จะส่งผลต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ หรือกินดีอยู่ดีแตกต่างกัน หรือความมั่นคงในชีวิตแตกต่างกันตามไปด้วย
  • ด้วยเหตุนี้การศึกษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต และจำเป็นในทางสังคม การที่ประชาชาติมีการศึกษาสูงขึ้นก็จะหมายถึง พลเมืองในชาตินั้น ถูกยกระดับขึ้นให้เป็นสังคมของชนชั้นกลาง

หมายถึงสังคมของชนชั้นที่มีการศึกษา และมีรายได้ในระดับที่ดูแลตนเองและครอบครัวได้โดยไม่เดือดร้อน


นักศึกษา กศน.กำลังรอเข้าห้องสอบตามสนามสอบต่างๆของ ศูนย์ กศน.

 การที่ กศน.เปิดโอกาสทางการศึกษาทางเลือกขึ้นมา จึงเป็นคุณูปการอย่างมากมายต่อสังคม
ความสำเร็จของ กศน.อาจวัดได้จาก


  1. ตัวเลขผู้ที่มาสมัครเรียนในแต่ละปี
  2. ลดตัวเลขของที่อ่านหนังสือไม่ออก และตัวเลขของผู้ที่ขาดโอกาสทางการศึกษาให้กับสังคม
  3. เพิ่มโอกาส เพิ่มทางเลือก ให้ประชาชนได้มีโอกาสต่อยอดทางศึกษา
  4. สร้างแรงงานให้มีคุณภาพในระดีบที่สูงขึ้น ป้อนคืนสู่ตลาดแรงงาน
  5. เป็นก้าวแรกที่จะผลักดันให้ประชาชนเดินไปสู่ความสำเร็จทางการศึกษา และต่อยอดทางการศึกษา และความมั่นคงด้านอาชีพให้กับประชาชน
  6. ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในแต่ละปี
  7. ยกระดับและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมลง

การศึกษานอกระบบปัจจุบันได้แบ่งวิธีการเรียนออกเป็น 2 แนวทางหลักดังนี้

  1. การศึกษาทางไกล เป็นการเรียนรู้โดยผู้ที่สมัครเข้าเรียน ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน โดยที่ กศน.จะอำนวยความสะดวก ด้านสื่อการศึกษาในรูปแบบต่างๆให้ รวมถึง ติดต่อประสานงานกับนักศึกษาอย่างใกล้ชิด เช่นการแจ้งข่าวต่างๆ ปฏิทินการศึกษา แจ้งข่าวความเคลื่อนไหวในแต่ละภาคเรียน รวมไปถึงแจ้งข่าวการ ลงทะเบียนเรียน แจ้งผลคะแนน และอื่น โดยที่ผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น สถาบันทางไกลศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนศูนย์ท้องฟ้าจำลอง
  2. การศึกษาแบบพบกลุ่ม โดยที่นักศึกษาต้องเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มต่างๆตามที่ทาง กศน.ได้จัดขึ้นและกำหนดให้นักศึกษาต้องเข้าร่วม โดยที่ กศน.ยังคงอำนวยความสะดวกให้แก่นักศึกษาเช่นเดิม

  • ดังนั้นนักศึกษาที่ต้องการจะเข้าเรียน จึงมีโอกาส มีทางเลือกตามความถนัด เวลา ที่ตนเองสามารถบริหารจัดการได้ นักศึกษาสามารถเลือกเรียน ระบบใดระบบหนึ่งให้ตรงกับความสะดวกของตนเองได้

เมื่อนักศึกษาได้ผ่านกระบวนการการเรียนรู้ตามหลักสูตรต่างๆของกศน.แล้ว นักศึกษาจะได้วุฒิการศึกษา ตามช่วงชั้นที่ตนเองสมัครเรียนและสอบผ่าน รวมถึง ผ่านชั่วโมงกิจกรรม เข้าร่วมสัมมนาตามกระบวนการ หลักสูตรที่ กศน.จัดขึ้น

วุฒิบัติจาก กศน. มีศักดิ์และสิทธิ ทางการศึกษาสมบูรณ์ เหมือนเช่น กับผู้ที่จบการศึกษาในระบบทุกประการ




การที่ตัวเลขผู้สมัครเรียน กับ กศน.ในแต่ละปีเพิ่มมากขึ้น มองได้ 2 แนวทาง

  1. ความสำเร็จในการจัดการศึกษาของ กศน. ตรงเป้าหมาย ตรงกับความต้องการ หรือสนองตอบความต้องการของประชาชน
  2.  เป็นความล้มเหลว ของการจัดการศึกษาในระบบ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตัวเลขผู้สมัครเรียนมากมายในแต่ละปีของ กศน. ส่วนหนึ่งมาจาก เด็กที่ถูกผลักให้ออกจากโรงเรียน ภาคปกติ หรือในระบบ หมายถึง เด็กพวกนี้ ถูกปฏิเสธจากโรงเรียนภาคปกติ ในระบบ หรือ โรงเรียนในระบบ ไม่สามารถพาเด็กเหล่านี้ไปสู่ฝั่งฝันได้

จึงผลักเด็กออกมาเผชิญชะตากรรมตามลำพังในสังคม โดยที่โรงเรียนไม่สนใจผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและอนาคตของเด็ก ว่าจะมีชะตาชีวิตอย่างไร ทั้งที่ โรงเรียนปกติ หรือครู สามารถจะยื้อให้เด็กอยู่ต่อ ได้มีโอกาสเรียนหนังสือ จนจบชั้นนั้นๆได้ หรือจัดสรรห้องพิเศษ สำหรับเด็กที่มีพลังให้เรียนเฉพาะกลุ่มได้ แต่โรงเรียนปกติก็ไม่ได้กระทำสิ่งนั้น

  • นทางตรงกันข้าม เด็กที่ถูกผลักออกจากโรงเรียนปกติในระบบ กลับมีผลการเรียนดี มีกิจกรรมเด่นใน กระบวนการศึกษาทางเลือกตามแบบ กศน.


ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า ความสำเร็จของ กศน.จึงเปรียบเสมือน ความล้มของภาครัฐในการจัดการศึกษาในระบบไปด้วย เป็นเช่นเดียวกัน


กลุ่มสาระการเรียนรู้ของ กศน.5 กลุ่ม

  1.  สาระทักษะการเรียนรู้
  2. สาระความรู้พื้นฐาน
  3. สาระการประกอบอาชีพ
  4. สาระทักษะการดำเนินชีวิต
  5. สาระการพัฒนาสังคม
โครงสร้างหลักสูตร ของ กศน.

  • ระดับมัธยมต้น  (ม.3 )
  • ต้องสอบผ่านตามหลักสูตร จำนวน 56 หน่วยกิต
  • แยกเป็นวิชาบังคับ 40 หน่วยกิต
  • วิชาเลือก               16 หน่วยกิต


  • ระดับมัยมศึกษาตอนปลาย ( ม.6 )
  • ต้องสอบผ่านตามหลักสูตรครบ 76 หน่วยกิต
  • กลุ่มวิชาบังคับรวม 44 หน่วยกิต
  • กลุ่มวิชาเลือกจำนวน 32 หน่วยกิต

  • นอกจากนี้นักศึกษาของ กศน.ทุกระดับต้องร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ( กพช.) รวม 200 ชั่วโมง
หรือทำกิจกรรม กพช.ด้วยตนเองไม่น้อยกว่า 80 ชั่วโมง

เมื่อนักศึกษาสอบได้หน่วยกิตครบ ชั่วโมงกิจกรรมครบ นักศึกษาที่จะจบต้องร่วมสัมมนา และสอบ N -NET ด้วย จึงจะถือว่า นักศึกษาได้จบการเรียนของหลักสูตร กศน.อย่างสมบูรณ์





อนึง จุดบกพร่องของ กศน.ที่สมควรจะได้รับการแก้ไขคือ


  • การจัดปฏิทินการศึกษาที่ไม่ชัดเจน เช่นรายวิชาที่จะเรียนในแต่ละภาคการศึกษา และตารางสอบล่วงหน้า ในรายวิชานั้นๆ ซึ่งทาง กศน น่าจะมีการกำหนดล่วงหน้าให้นักศึกษา สามารถบริหารเวลาจัดการตัวเองก่อนลงทะเบียนได้



  • ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาการสอบซ้ำซ้อน ในรายวิชา ซึ่งจะมีปัญหากับนักศึกษา 

จริงอยู่แม้ทาง กศน.จะเปิดโอกาสให้นักศึกษา ยื่นคำร้องขอสอบเป็นกรณีพิเศษ ในวันเดียวกันได้ แต่ในความเป็นจริง กรรมการคุมสอบ ไม่สามารถขยายเวลาสอบ เป็นกรณีพิเศษ ออกไปให้นักศึกษาได้ หากแต่ใช้เวลาสอบเดียวกันกับเวลาที่สอบจริง

ทำให้นักศึกษามีปัญหาในการทำข้อสอบไม่แล้วเสร็จ ส่งผลต่อการสอบ และการขอจบการศึกษาได้ ซึ่ง ทางกศน.ต้องจัดการแก้ไขปัญหานี้ ให้หมดไปอย่างเร่งด่วน

 กังวาล ทองเนตร รัฐศาสตร์ ภาควิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง



วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559

ฝากถึงเธอคนนั้น


ก่อนที่เส้นทางชีวิตเราจะหันหลังให้กันตลอดกาล
ฉันก็อยากจะพูดจาคลายปมทั้งหมดที่มีอยู่ในใจออกมา
จะได้จากกันโดยไม่มีอะไรค้างคาใจกันอีกต่อไป

อยากบอกลา
อยากบอกว่าไม่เป็นไร
อยากบอกว่าอโหสิกรรมให้แล้ว
อยากบอกว่าให้เธอโชคดี
อยากบอกว่าให้เธอมีใครซักคนที่รักเธอจริง
เพื่อใช้ชีวิตเป็นครอบครัวปกติสุข
มีพ่อแม่ลูกกับเขาเสียที
อยากเห็นเธอหลุดพ้นวิบากกรรมนี้ได้แล้ว
อยากให้เธอเป็นไทย
อยากให้เธอพ้นจากพันธนาการของเขาเสีย
อยากเห็นเธอมีความสุข
อยากเห็นเธออยู่ใสายตาตลอดเวลา
อยากให้เธอรับรู้ความในใจ
อยากให้เธอคิดถึงภาพความหลังครั้งสายสัมพันธ์ยังดี
อยากให้เธอคิดถึงเมล์นั้นที่เราเคยใช้พบปะพูดคุยบอกเล่าเรื่องราวปรับทุกข์กัน
อยากให้เธอจดจำแต่สิ่งที่ดี

ต่อนี้ไปไม่วันใดก็วันนึงเราคงต้องจากกันไปตามเส้นทางของใครของมัน
ก็เพราะเส้นทางใจเราไม่อาจเชื่อมต่อกันได้แล้ว

เคยคิดว่าลมหายใจสุดท้ายของฉันจะจบลงในอ้อมกอดเธอ
เคยคิดว่าสักวันนึงจะมีพยานรักระหว่างฉันและเธอ
เคยคิดว่าเธอเป็นไม่มีพิษภัย เป็นคนอ่อนหวาน
ไม่ก้าวร้าว ไม่โมโหร้าย
เคยคิดว่าวันนึงเราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
หรืออย่างน้อยก็เปิดรับหัวใจกันและกันคอยดูแลพยุงกันห่วงใยกันตลอดไปจนวาระสุดท้าย

เมื่อรอยแยกมันเริ่มห่าง
เมื่อความต่างมันยิ่งไกล
เมื่อชะตาชีวิตบอกฉันว่าถึงคราจะต้องไป
ฉันก็ต้องขอฝากความอาลัยไว้ตรงนี้ให้เธอรับรู้

ตลอดเวลาอยู่ใกล้ก็เหมือนไกล
มันต่างจากก่อนนั้น อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ 
ก้าวขาออกจากบ้านไปเวลาใด เราก็พบเจอกัน

อยากจะคุยกับเธอสักครั้ง แต่ในเมื่อ
ฉันแย่ขนาดนั้น ก็ไม่เป็นไร
ขอจากกันไปตรงนี้ด้วยดี
ขอให้เธอมีความสุข จากใจจริงของฉัน

ต่อนี้ไป ไม่มีกลอนเลี่ยน
ไม่มีเรื่องน่ารำคาญ เรื่องน่าเบื่อหน่าย อีกต่อไป

อยากบอกเธอให้รู้ว่า เรื่องน่ารำคาญในวันนั้น
กลอนเลี่ยนในวันนั้น
มันจะเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันได้ว่า
ฉันจริงใจกับเธอ ฉันเคยรักเธอ

วันนึงเมื่อใจฉันพร้อม 
วันนึงเมื่อคำด่าแรงจางหายไปจากความทรงจำ
ฉันอาจเปิดเมล์นั้นเข้าไปดูและอ่านทบทวนเรื่องราวเก่าๆนั้นอีกครั้งนึง
สวัสดี