ยินดีต้อนรับทุกท่านสำหรับคนใจช้ำที่ถูกย่ำยีมาไม่ว่าคุณจะเป็นใครเราคือเพื่อนกัน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำตอบชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำตอบชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

คำตอบชีวิต


ชีวิตเราหนึ่งชีวิต มันมีความสำคัญตรงไหนกัน
มันมีความสำคัญตรงที่
คนอื่นให้ความสำคัญกับเราและเราก็ให้เกียรติตัวเอง

ความหมายก็คือ
ถ้าเรามีชีวิตอยู่ แต่คนรอบข้างเรา มองไม่เห็นเราอยู่ในสายตา
เดินจนจะชนเรา ก็เหมือนเป็นมองไม่เห็นเรา
ทำเหมือนว่าเราไม่มีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้
ทำเหมือนว่าเราเป็นอากาศธาตุ ที่มองไม่เห็นตัว

คนไม่,uใครถาม ไม่มีใครทัก หรือมีก็พอเป็นพิธี เป็นธรรมเนียม ตามมารยาทเท่านั้น
ไม่มีใคร เป็นห่วงเป็นใย ให้ความห่วงใย ใคร่รู้สนใจ
เฝ้าคอย แอบมอง แอบคิดถึง ห่วงหาอาวรณ์

ชีวิตที่อยู่แบบอากาศธาตุ
คือชีวิตที่ไร้ค่า ล้มเหลวทางสังคม
ล้มเหลวทางปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
แม้วันวันจะพบเจอผู้คนมากมาย แต่กลับไม่มีใครที่รู้จักเรา 
ไม่มีใครที่รับรู้ถึงความรู้สึก ความต้องการเรา

นี่จึงเป็นความล้มเหลว อย่างหนึ่งในชีวิต
ถ้าเราเป็นอย่างนี้
ก็ถึงเวลาที่เราจะคิดทบทวนบทบาทของตนเองที่มันผ่านมา

ชีวิตแบบนี้น่าห่วง
วันนึงเจ็บป่วยล้มหมอนนอนเสื่อขึ้นมา จะหาใครซักคน
ที่คอยถามไถ่ ดูแลห่วงใยก็ไม่มี
ก็คงเน่าตายเป็นผีที่ไร้ญาติ

เราอาจคิดว่า ชั่งมันเหอะ ฉันหาอยู่หากินได้ไม่ขอใครกิน
มันก็ใช่ในบางส่วน แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด
ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน จะล้มหมอนนอนเสื่อเมื่อไหร่ก็ได้
จะเดือดร้อนเมื่อไหร่ก็ได้
วันนี้เราทำงานได้ แต่พรุ่งนี้และวันต่อๆไปล่ะ เราไม่แก่ เราไม่เจ็บหรือไร
ถ้าแม้แต่คนใกล้บ้านคนบ้านใกล้ยังไม่ใส่ใจใยดีเราแล้ว
ก็อย่าไปถามหาอย่างอื่นเลย
พูดได้เลยว่า นั่นมันเป็นความล้มเหลว

อาจล้มเหลวมาจากพฤติกรรมของเราเองที่ผ่านมา
ที่ไม่เคยญาติดี ไม่เคยจริงใจ ไม่เคยแบ่งปันสังคมรอบข้าง
ไม่เห็นความสำคัญน้ำใกล้ตัว แต่ใฝ่หาน้ำไกลตัวจะมาใช้ดับไฟ
พฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้คนชังหน้าเราทั้งสิ้น
เพราะถ้าเราไม่จริงใจกับใคร
คอยแต่จะเป็นผู้รับโดยไม่คิดจะให้ แม้แต่คำพูดที่ดี
ขี้เหนียวแม้รอยยิ้ม ขี้เหนียวแม้คำพูดที่ปลอบโยน

เมื่อเราคิดที่จะเอาแต่ได้ อีกหน่อยข้างกายเราจะไม่เหลือใครเลย
รูปพรรณสังขาร ไม่แน่ไม่นอน
วันนี้ยังหนุ่มยังสาว ยังดูสดใส อาจมีคนอยากได้ใคร่รัก
แต่เมื่อวันนึงสังขารเราร่วงโรยรา
บวกกับนิสัยที่แย่ของเรา แล้วจะมีใครล่ะอยากมองอยากคบหา
สุดท้ายก็ตายไป โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเกิดมาทำไม
เพราะมันไร้ค่าเสียจริงๆ
นี่ต่างหากที่เราต้องสนใจ ใส่ใจ
เพราะการดำเนินชีวิต ไม่ใช่แค่ให้อยู่รอดไปวันวัน แต่มันมีมิติทางสังคม
อีกมากมาย เราไม่ต้องร่ำรวยก็ได้
เราไม่ต้อง หรูหราก็ได้
เราลำบากบ้างก็ได้
แต่ทุกครั้งที่เรากลับมาบ้านเรา
มันมีรอยยิ้ม มีเสียงทักทาย
มีคนคอยถามไถ่เมื่อเราหายหน้าไป
มีความห่วงใย ที่จริงใจให้เราอยู่เสมอ
นั่นต่างหากที่เราต้องการ
แม้จะเหนื่อยล้าบ้าง แต่เมื่อพบเจอ อุ่นไอรักจากใครซักคนที่เราสัมผัสได้
 เราก็พอใจและเป็นสุขแล้ว
อย่างน้อยเราก็มั่นใจได้ว่า เราเกิดมาและมีคนรักเราเหมือนกัน


ดอกโมก








วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เวลาที่ผ่านไป


เส้นทางชีวิต
บางครั้งมันก็แปลก และยากที่จะอธิบาย
หลายครั้งที่เรามีสิ่งดีๆอยู่ในมือ แต่เรากลับไปมองหา
และไล่คว้า เอาสิ่งที่ไม่มีค่าใดๆและไร้สาระมาให้ชีวิตตนเองวุ่นวายเสียอย่างนั้น

ในเส้นทางชีวิตเราแต่ละคน
ถ้าเราจะนั่งลงตรองดูให้ดีซักหน่อย
เราก็จะพบว่ามันไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว
ภายใต้ชีวิตที่เราคิดว่าล้มเหลว แย่ มันก็มีสิ่งดีๆผ่านเข้ามาในชีวิตอยู่เสมอ
มันไม่ได้แย่หรือเลวร้ายเสียทีเดียว

แต่สิ่งที่เลวร้ายคือ จิตใตของเรานี่เอง
เมื่อเวลาเราต้องการสิ่งใด อยากได้สิ่งใด เราจะจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น
ทุ่มเวลาให้กับสิ่งนั้น ไล่คว้าเอาแต่สิ่งนั้น จนเราไม่มีเวลาหันไปมองสิ่งอื่น
ที่อยู่รอบๆข้างเราเลย

ต่อเมื่อเราสูญเสียสิ่งนั้นไป เราจึงรู้ว่ามันมีค่า
ทั้งที่ตอนที่สิ่งนั้นอยู่กับเรา เรากลับมองข้ามไม่เห็นค่า ไม่ให้ความสำคัญ
พอเสียไป เราจึงรู้ว่า ได้เสียสิ่งที่ดีที่สุดไปแล้ว หลุดมือเราไปแล้ว

การที่เราลุ่มหลงสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรืออยากเอาชนะสิ่งหนึ่งสิ่งใด
เรามักจะมองข้ามเหตุผล และความจริง รวมถึงเสียงตักเตือนจากคนรอบข้างด้วย

เราพลาดโอกาสดีๆ เราพลาดโอกาสสำคัญๆไป หลายครั้งก็เพราะจิตใจเรานี่เอง
เราเจ็บอย่างแสนสา หลายครั้งก็มาจากใจเรานี่เองเช่นกัน

ความรักมันจึงเป็นสิ่งที่อธิบายยาก
ชีวิตคู่ก็เช่นกัน
สิ่งที่เราเลือก เราอยากได้ เรามักไม่ได้
แต่สิ่งที่เราได้ เรามักไม่ได้เลือก
แต่บางครั้ง สิ่งดีๆเราไม่ต้องเสียเวลาไล่ตาม มาหาเราถึงที่ เรากลับมองข้าม
และปล่อยโอกาสนั้นไป

นี่อาจเป็นเรื่องของชะตา
ชะตาที่คนเราร่วมสร้างกันมา ทั้งแง่ดีหรือไม่ดีแต่ปางก่อน
กรรมถึงกัน บาปถึงกัน บุญถึงกัน
ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราได้มาพบเจอกัน
และร่วมกันชดใช้

ทั้งที่เรารู้ว่ามันไม่ดี แต่ทำไม มันกับอยู่กับเรา
ทั้งที่รู้ว่านั่นคือสิ่งดีที่สุดเท่าที่ชีวิตเราเคยเจอ แต่ทำไมไม่อยู่กับเรา

วงโคจรชีวิตของแต่ละคน
มันยากมากที่จะมีเส้นโคจรมาบรรจบ พบเจอกัน
เพราะเราต่างมีวิถีชีวิตมีเส้นทางโคจรของตัวเองในแต่ละวัน
มันยากมากที่เราจะเบี่ยงเส้นทางโคจรของตนเอง
ในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี เราก็โคจรอยู่ในเส้นทางเดียวเส้นทางเดิมนั้น
เมื่อเรามีโอกาสพบเจอคนที่บังเอิญหลงมา หรืออาจเป็นชะตาที่ผลักมาหาเรา และ
ยังให้เราได้มีเวลาร่วมทางกันไปจนมากพอที่จะรู้ว่า เราแต่ละคนเป็นอย่างไร
แต่สุดท้ายเราก็หันหลังให้กัน ทั้งที่เรายังมีความรู้สึกที่ดีให้กัน

ของใกล้มือ ของใกล้ตา เรามักไม่เห็นความสำคัญ
ทั้งนี้ก็เพราะเราสามารถหยิบจับใช้สอยได้อยู่ตลอดเวลานั้นเอง
เราจึงไม่เห็นความสำคัญ
ต่อเมื่อวันนึงเราต้องการใช้สอยของสิ่งนั้นอีก แต่มันไม่อยู่แล้ว
เราจึงรู้ค่าว่า ที่ชีวิตเราง่ายขึ้น ก็เพราะสิ่งที่หายไปนั้น
พอไม่มีสิ่งนั้น ชีวิตเราก็เริ่มไม่ปกติทันที

ขอขอบคุณสิ่งดีๆที่พวกเธอมอบให้
ขอขอบคุณช่วงเวลาทีงดงามที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตฉัน
ที่พวกเธอเดินเข้ามาและมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ฉัน
ขอขอบคุณที่ยังรักกัน ดีต่อกันเสมอมา
ขอขอบคุณความคิดถึง ความห่วงใย ที่มีให้
ขอบคุณพวกคุณมากมายที่ทำให้ชีวิตฉันมันดูมีค่า มีราคาขึ้นมาในช่วงเวลาหนึ่ง
ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณจากหัวใจจริงฉันจะไม่มีวันลืมช่วงเวลานั้นที่ฉันเคยได้ เคยมี
ขอบคุณทุกคนขอบคุณทุกความรู้สึก
ขอบคุณมาก





ขอบคุณคุณริญ





ขอบคุณศรีฯ


วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

หลงทางจนเสียเวลา





บางคนรู้แค่ เลข 1-9
 ก็คิดว่าตัวเองรู้มากแล้ว ก็คิดเองว่าข้านี่แหละแน่ที่สุดในแผ่นดิน
 แต่บางคนกำลังคิดค้นตัวเลขใหม่ขึ้นมา ก็คือ เลข 0 
คนที่รู้เลข 1-9 พากันนั่งหัวเราะ เพราะต่างชี้ว่าเลข 0 มันไม่มีค่า
แต่เมื่อคนคิดค้นเลข 0อธิบายและแสดงวิธีใช้ 
ทุกคนจึงเห็นว่า เลข 0 คือเลขอัศจรรย์ที่ ทำให้จำนวนนับกลายเป็น อินฟินิตี้
 ไม่มีที่สิ้นสุด เพียงแค่เติมเลข 0 ใส่ข้างหลังเลขตัวอื่นเท่านั้น ก็มีค่าไม่มีที่สิ้นสุด 
และสามารถ แบ่งทอนลงได้ ด้วยเลข 0 เช่นกัน
พวกที่คิดว่าตัวเองฉลาดรู้หลายเลขมากกว่าจึงยอมจำนนว่าแท้จริงตนเองยังโง่อีกเยอะ
 เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าคนรู้ แม้จะรู้มาก ก็รู้จากที่คนอื่นสร้างขึ้น 
มันสู้คนที่รู้น้อย แต่รู้จากการคิดค้นสร้างขึ้นมาเองไม่ได้

บางครั้ง
 เราคิดว่าสิ่งนี้ใช่ แต่มันก็ไม่ใช่ 
บางครั้งเราคิดว่าสิ่งนี้ควร สุดท้ายมันก็ไม่ควร 
บางครั้งเราคิดว่าสายตาเราถูกต้องที่สุด แต่บางครั้งมันก็ไม่ใช่เช่นกัน

หลายๆครั้งที่เราต้องเสียเวลา ไล่ตาม ไล่คว้าสิ่งที่เราคิดว่า ควร และมันใช่
โดยลืมมองดูสายตาคนอื่นที่อยู่รอบข้างเรา ที่คอยจับจ้อง มองดูเราตลอด 
อยู่ห่างๆ แต่ไม่กล้าเผยตัวออกมา

ต่อเมื่อวันนึง เรานั่งร้องไห้
 เราแอบมองเห็นว่าคนรอบข้างเราคนนั้นแอบร้องไห้ด้วย 
บางครั้งเราสะดุดทำท่าจะล้มลง 
เธอกลับตกใจเหมือนจะล้มตามเรา หรือคอยดึงเราขึ้น

คนธรรมดา
 ที่ไม่เคยอยู่ในสายตาเราเลย
 แต่กลับเป็นคนที่เราเห็นหน้าเธอทุกครั้งที่เรามีปัญหา 
โทรศัพท์มาคอยถามไถ่ สุข ทุกข์ อย่างไร 
ได้ขนมซักชิ้น ผลไม้ซักลูก เธอก็มาถึงเราตลอด

เวลานี้ ฉันเริ่มเข้าใจว่า ใคร ควร ใครไม่ควรที่จะใช้ชีวิตอยู่ข้างเราตลอดไป
ถึงแม้มันอาจไม่ได้อยู่ด้วยกัน ร่วมหอเคียงห้อง
 แต่ทุกครั้งที่ลืมตา เราก็มีกันเสมอมา 
ฉันค้นพบ และมองเห็นเธอแล้ว

ขอโทษที่พี่เสียเวลาตั้งมากมาย เพื่อไปไล่คว้าเอาขี้มาใส่มือให้เหม็นติดมือ 
บัดนี้ ประตูใจพี่เปิดไว้เพื่อเธอเดินเข้ามา ถามไถ่ สารทุกข์ สุกดิบเสมอ


หนอนในบ่อขี้ ย่อมไม่มีทางรังเกียจกลิ่นและรสชาติของขี้ไปได้
แค่เพียงมันอ้าปาก ขี้มากมายก็ไหลเข้าท้องของมันแล้ว

แม้จะมีเทวดา ไปบอกมันว่า ภพภูมิที่หนอนอยู่ มันไม่ควรอยู่ และจะพาไปอยู่วิมาน
แต่หนอนกลับบอกว่า ไม่มีที่ไหนดีกว่าที่นี่อีกแล้ว 
เป็นเทวดา เวลาจะกินยังต้องเสียเวลานึกนึกจึงจะอิ่มทิพย์
 เป็นหนอนในบ่อขี้ แค่อ้าปาก ขี้ก็เต็มท้องแล้ว

เมื่อสิ่งมีชีวิต อยู่กับสิ่งใดเป็นเวลานานๆ และทำสิ่งนั้นเป็นเวลานานๆ สุดท้าย
 สิ่งมีชีวิตนั้น ก็จะชินกับมันจนเป็นเรื่องธรรมดา และสูญเสียความสามารถในการแยกแยะ
 ดีชั่ว ควร ไม่ควร ออกจากกันได้ อยู่กับขี้ จนไม่รู้สึกเหม็นกลิ่นขี้ 
อยู่กับคำพูดที่หยาบกร้าน จนรู้สึกธรรมดา 
วันนึงเมื่อเห็นสิ่งที่แตกต่างจากที่ตัวเองเป็นอยู่
ก็คิดว่า นั่นคือสิ่งผิด 
มนุษย์ย่อมเป็นไปตามกรรม 
เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว 
พูดในสิ่งที่ควรพูดแล้ว
 ก็จงอย่าเสียใจที่จะเดินจากไป 
เพราะเราได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว
ถึงเวลาที่เราจะหันวงโคจรใหม่และเลี้ยวกลับไปหาเธอคนนั้น
คนที่ไม่เคยได้แม้แต่ความห่วงใย คิดถึง สายตาที่เป็นห่วงจากฉันเลย
แต่เธอกลับมีทุกสิ่งทุกอย่างให้กับฉัน

ทุกเส้นทางใจของพี่ นับแต่วันนี้จะไหลไปหาเธอ
และจะหยุดละเมอหาขี้เสียแต่วันนี้




วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

ฝนหลั่งมาน้ำตาพี่หลั่งริน



สายฝนน้ำตา


แค่ฝนตก ก็เหงา ใจของฉัน
ตกทุกวัน ใจฉัน เริ่มหวั่นไหว
ตกอย่างนี้ ต่อไป คงเหงาตาย
ก็เพราะใจ เคยช้ำ ระกำมา
เธอทิ้งพี่ จากไป วันฝนตก
ในหัวอก ฟกช้ำ อย่่างแสนสา
สายฝนหลั่ง ตัวพี่ รินน้ำตา
ดั่งอุรา จะขาด ลงรอนรอน
เมื่อฝนตก คราวใด ใจพี่ช้ำ
แสนระกำ เกินที่ จะไถ่ถอน
น้ำตาฟ้า หลั่งมา พาร้าวรอน
คิดถึงดวง สมร ย้อนเวลา
เธอรู้ไหม หัวใจ พี่อักเสบ
มันหนาวเหน็บ เจ็บปวด จนอ่อนล้า
เธอรู้ไหม แก้วใจ กัลยา
พี่คิดถึง วริญญา ทุกนาที
ตั้งหลายปี ที่เรา พรากจากกัน
ใจพี่นั้น ไม่คิด จะเบือนหนี
พี่เจ็บปวด รวดร้าว เศร้าฤดี
น้องจากพี่ ทิ้งพี่ ให้อาดูร
สายฝนหลั่ง ครั้งใด ให้ปวดร้าว
คิดแล้วเศร้า โศกา พณาสูร
จะมองซ้าย มองขวา ก็อาดูร
ใจว้าวุ่น คิดถึง วริญญา
จะกี่คืน กี่วัน ผ่านพ้นไป
พี่ลืมเธอ ไม่ได้ คล้ายคล้ายว่า
มีเธออยู่ ข้างกาย ตลอดมา
โอ้ริญจ๋า พี่นี้ เหงาเหลือเกิน











วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อดีตคือสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมา


คนเราทุกคน ล้วนมีอดีต
อดีตหรือความหลัง มันส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตเราที่เคยเดินผ่านมา
บางคนมีความหลังที่ดี บางคนมีความหลังที่แสนเจ็บปวด
คนที่มีความทรงจำ ความหลังที่ดี ก็มักจะกอดติดอยู่กับภาพอดีตนั้น
จนบางครั้งดูเหมือนว่าไม่ใยดีกับชีวิตจริงในปัจจุบัน
เฝ้าแต่ยิ้มหวาน ระถึงความหลังครั้งเก่า จนกลายเป็นคนเย็นชาก็มี

บางคนมีความหลังที่เจ็บปวด
ก็พยายามที่จะเดินหลีกลี้หนีอดีตที่เจ็บปวดนั้นไปเสียให้พ้น
หลายคนยอมแปลงตัวแปลงกาย เป็นคนใหม่ หรือผิดไปจากเดิม
เพื่อที่จะหนีมัน เพื่อจะลืมมันให้ได้
แต่ยิ่งหนี ยิ่งพยายามลืม ก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งจมอยู่กับมัน
ยิ่งแสร้งลืม ก็ยิ่งหลอกใจตนเอง
คิดว่าตัวเองหนีมันพ้น
ซึ่งแท้ที่จริงไม่เคยไปจากมันได้เลย

ก็เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรานั่นเอง
เราจะหนีมันไปไหน หลบมันไปไหน มันก็ไปกับเรา
เพราะมันอยู่ที่ใจเรา ยิ่งเราหนี ก็เท่ากับเรายอมรับว่าเรากลัวมัน
ยิ่งเราพยายามจะลืมมันเท่าไหร่ ภาพมันก็จะยิ่งชัดขึ้น
ก็เพราะสิ่งที่เรากำลังทำ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง
นั่นคือสิ่งที่แสดงว่า เราอยู่กับมันตลอดเวลา

ในเมื่อเราหนีมันไม่พ้น
ในเมื่อเราไปจากมันไม่ได้
ทำไม ทำไมเราจึงไม่ยอมรับมันอย่างยืดอกว่า
ใช่ ใช่ มันคือส่วนหนึ่งของเรา มันอาจเป็นการกระทำ 
หรือการตัดสินใจผิดพลาดที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตเรา
ในเมื่อเราก็มีส่วนสร้างความผิดพลาดนั้น
ทำไมเราไม่ยอมรับมันและมองหาข้อผิดพลาดนั้น
เก็บมันมาเป็นบทเรียนสอนใจตัวเอง
เพื่อที่เราจะได้ไม่เดินผิดพลาดอีกครั้ง
เราต้องอยู่กับมัน และยอมรับมัน
ยอมรับว่ามันคือส่วนหนึ่งของเรา
ที่ทำให้เรามีวันนี้ ก็เพราะเราสร้างมันขึ้นมาเอง

เราไม่ควรหนีตัวเอง เพราะเราคือมัน
เราไม่ควรหนีปัญหา ถ้าปัญหาอยู่ที่เรา
เราไม่ควรแกล้งทำว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
เราไม่ควรหลอกตัวเองว่าเราไม่เคยพลาด
เพราะนั่นคือ การหลอกตัวเอง
และไม่แก้ปัญหา ไม่พยายามจะก้าวไปข้างหน้า
ไม่พยายามที่จะออกจากมัน แต่จะหลบหนีมันทั้งที่มันก็คือเรานั่นเอง
เพื่อนทั้งหลาย
การเรียนหนังสือกับการสอบตกเป็นของคู่กัน
การเดินทางกับอุบัติเหตุก็เป็นของคู่กัน
เมื่อเรายังมีชีวิต เมื่อเรายังเดินทาง
อุบัติเหตุก็ย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับนักเดินทางทุกเมื่อ

การเกิดอุบัติเหตุแค่เพียงครั้งเดียวในชี่วิตการเดินทาง
มันจะทำให้เราเข็ดขยาด หวาดกลัวไปทั้งชีวิตเลยหรืออย่างไร
การเกิดอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว มันจะทำให้เราเลิกเดินทางทั้งชีวิตเลยหรืออย่างไร
ทำไมเราไม่มองหาปัญหาว่าเราบกพร่อง ผิดพลาดตรงไหน
แล้วนำมันมาปรับปรุงแก้ไข และเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ
สำหรับการเดินทางครั้งใหม่
ชีวิตคือการเดินทางไกล
อย่าท้อใจแค่อุบัติเหตุชีวิตเพียงครั้งเดียว
เตรียมตัวให้พร้อม เก็บสัมภาระให้ดี
มองไปข้างหน้า โลกกว้างใหญ่ ยังรอให้เราค้นหาอยู่
มันมีรางวัลสำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้เสมอ
อย่างน้อยเราก็ได้พูดว่า ฉันเดินมาจนสุดทางได้แล้ว