ยินดีต้อนรับทุกท่านสำหรับคนใจช้ำที่ถูกย่ำยีมาไม่ว่าคุณจะเป็นใครเราคือเพื่อนกัน

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ความจริงในใจ


คนดี พี่มีความในใจจะบอกเธอ
ก่อนหน้านั้นนับสี่ปี พี่เคยคิดว่าเธอคือคนที่พี่ไว้วางใจได้มากที่สุด
พี่เคยคิดว่า พี่จะสามารถฝากผีฝากไข้ไว้กับเธอได้
พี่เคยคิดว่า เธอคือนคนที่พร้อมจะไปกับพี่ ทุกที่ทุกหนทุกแห่ง
พี่เคยคิดว่า เธอเป็นคนอ่อนหวาน อ่อน โยน ใจเย็น จิตใจงดงาม
พี่เคยคิดว่า เธอเป็นคนดี มีน้ำใจ มีเหตุผล เป็นผู้ใหญ่ ใจกว้าง เสียสละ เข้าใจชีวิต
พี่เคยคิดว่า เธอนี่แหละจะมาเป็นคนเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปให้กับพี่
พี่เคยคิดว่าเธอนี่แหละคือคนที่จะมาเป็นแม่ของลูกให้กับพี่
พี่เคยคิดว่า เธอนี่แหละคือคนที่จะอยู่ข้างกายพี่ ทุกวัน ทุกเวลา ทุกสถานกานณ์
ทั้งยามสุข ยามทุกข์ ยามเหงา  ยามป่วยไข้ หรือแม้แต่ลมหายใจสุดท้าย
พี่ก็คิดฝากไว้กับมือเธอ พี่พร้อมที่ไปไปกับเธอทุกเส้นทาง ทุกเวลา

แต่ หนึ่งเดือนเศษที่ผ่านมา
เธอกลับทำให้พี่ไม่เหลือความมั่นใจเหล่านั้นอีกเลย
พี่ไม่แน่ใจว่า ถ้าพี่ไปกับเธอ จะตลอดรอดฝั่งไหม
พี่ไม่แน่ใจว่า พี่สามารถหนุนตักเธอและตื่นมายังมีเธออยู่ไหม
พี่ไม่แน่ใจว่ายามป่วยไข้ ยามลำบาก จะมีเธออยู่เคียงข้างพี่ไหม
เธอคือคน ตามที่พี่เคยคิดไว้หรือไม่
มันเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจพี่ เดือนเศษที่ผ่านมา

พี่ถามตัวเองว่าเรามองคนผิดไปหรือเปล่า
ดวงตาเราบอดหรือตาถั่วหรือเปล่า
พฤติกรรมที่ผ่านมา ใช่เธอคนที่เราเคยรักหรือเปล่า
ทำไม มันต่างกันราวฟ้ากับดิน

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พี่พูดมาตลอดเวลาว่า พี่พร้อมใช้ชีวิตกับเธอแล้วทุกเวลาทุกสถานที่
ใจของพี่มิได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ยังเปี่ยมล้นทุกความหวัง ยังรักมั่นมิคลายคลอน

แต่ พี่กลับไม่แน่ใจในตัวเธอ
มันมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ที่อยากพูด อยากเคลียร์ อยากทำความเข้าใจ
จากพฤติกรรมการแสดงออกของเธอ ที่มันพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ
ที่พี่แสดงออกถึงความจริงใจในตัวพี่ แต่มันกลับเป็นดาบคมเชือดคอ เชือดใจพี่

มันทำให้เธอ กร้าว กระด้างกระเดื่องต่อพี่ เย็นชา เมินเฉย เหมือนเราไม่มีชีวิต
 เหมือนเราไม่เคยรู้จักกัน ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นอย่างนี้สำหรับคนเคยคบหารักกัน ช่วยเหลือกัน ดูแลกันตลอดมา ทำไมถึงได้เปลี่ยนไป และแสดงออกที่รุนแรงอย่างนั้น
หรือว่านั่นคือ ธาตุแท้ของเธอกันแน่ที่แสดงออกมา พี่เริ่มไม่แน่ใจ

ถ้าย้อนเข็มนาฬิกากลับไปเมื่อก่อนหน้านั้นเมื่อสี่ปี่ที่แล้ว
ถ้าพฤติกรรมของเธอเป็นอย่างเดือนเศษที่ผ่านมา 
พี่รับรองได้ว่า เธอจะไม่มีวันได้รู้จัก ได้พูดคุย ได้รับรัก
 ได้ความห่วงใยจากพี่เลย แม้สายตา เหลียวมองจากพี่เธอก็จะไม่ได้
เพราะนี่คือสิ่งที่พี่รังเกียจที่สุดในชีวิต
พี่ก็อยากเคลียร์ให้เข้าใจ ว่าแท้จริงแล้ว เธอก็รักพี่
หรือเธอก็เป็นของเธออย่างนี้แต่แรก เพียงแค่เธอหลอกใช้พี่ 
เพราะเธอต้องพึ่งพาพี่ เพราะได้ประโยชน์
พอหมดประโยชน์เธอก็ถีบหัวส่ง ผลักไสให้พ้นสายตา
พี่อยากรู้ อยากเคลียร์ให้เข้าใจ เพราะ
ถ้าใช่ พี่จะได้ไม่เสียใจ พี่จะได้เกลียดเธอให้ถึงที่สุดไปเลยตั้งแต่วินาทีนี้
เพราะพี่มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดอะไร และก็เปิดใจพูดความจริงหมดแล้ว
เธอต่างหากที่รับไม่ได้ เพราะมีอะไรแอบแฝง ซ่อนเร้นในใจเธอใช่หรือไม่
บอกพี่ซักคำคนดี พี่จะได้ ตัดสินใจให้ถูกว่า ที่ผ่านมา เราเสียเวลาเปล่า
กับคนที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย เพราะแค่เรื่อง รักษาน้ำใจกันเธอยังไม่รู้จัก และทำไม่ได้ 
ถ้าเป็นอย่างนั้น จิตใจของเธอก็ยังห่างไกลจากเรา และไม่มีค่าพอที่จะมาอยู่เคียงข้างเรา
ทุกสถานที่ทุกเวลา และยิ่งไม่ควรค่าที่จะได้รับความรักความห่วงใยจากเราด้วย

พี่จะถือเสียว่า เดินหลงทางไป และจะลบเธอออกจากทุกความทรงจำเช่นกัน
จะถือเสียว่าไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนเลยแต่แรก เช่นกัน

นี่คือสิ่งที่คาใจพี่อยู่ที่รัก ที่พี่ต้องการ นั่งลงและพุดคุยกับเธอให้เคลียร์ใจกัน
 ก่อนจะหันหลังให้กันหรือกอดคอกันไปต่อ พี่จะรอทุกเวลา



เพลงรอคำตอบ พี่เป้า สายัณห์ สัญญา ขับร้อง



วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อดีตคือสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมา


คนเราทุกคน ล้วนมีอดีต
อดีตหรือความหลัง มันส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตเราที่เคยเดินผ่านมา
บางคนมีความหลังที่ดี บางคนมีความหลังที่แสนเจ็บปวด
คนที่มีความทรงจำ ความหลังที่ดี ก็มักจะกอดติดอยู่กับภาพอดีตนั้น
จนบางครั้งดูเหมือนว่าไม่ใยดีกับชีวิตจริงในปัจจุบัน
เฝ้าแต่ยิ้มหวาน ระถึงความหลังครั้งเก่า จนกลายเป็นคนเย็นชาก็มี

บางคนมีความหลังที่เจ็บปวด
ก็พยายามที่จะเดินหลีกลี้หนีอดีตที่เจ็บปวดนั้นไปเสียให้พ้น
หลายคนยอมแปลงตัวแปลงกาย เป็นคนใหม่ หรือผิดไปจากเดิม
เพื่อที่จะหนีมัน เพื่อจะลืมมันให้ได้
แต่ยิ่งหนี ยิ่งพยายามลืม ก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งจมอยู่กับมัน
ยิ่งแสร้งลืม ก็ยิ่งหลอกใจตนเอง
คิดว่าตัวเองหนีมันพ้น
ซึ่งแท้ที่จริงไม่เคยไปจากมันได้เลย

ก็เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรานั่นเอง
เราจะหนีมันไปไหน หลบมันไปไหน มันก็ไปกับเรา
เพราะมันอยู่ที่ใจเรา ยิ่งเราหนี ก็เท่ากับเรายอมรับว่าเรากลัวมัน
ยิ่งเราพยายามจะลืมมันเท่าไหร่ ภาพมันก็จะยิ่งชัดขึ้น
ก็เพราะสิ่งที่เรากำลังทำ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง
นั่นคือสิ่งที่แสดงว่า เราอยู่กับมันตลอดเวลา

ในเมื่อเราหนีมันไม่พ้น
ในเมื่อเราไปจากมันไม่ได้
ทำไม ทำไมเราจึงไม่ยอมรับมันอย่างยืดอกว่า
ใช่ ใช่ มันคือส่วนหนึ่งของเรา มันอาจเป็นการกระทำ 
หรือการตัดสินใจผิดพลาดที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตเรา
ในเมื่อเราก็มีส่วนสร้างความผิดพลาดนั้น
ทำไมเราไม่ยอมรับมันและมองหาข้อผิดพลาดนั้น
เก็บมันมาเป็นบทเรียนสอนใจตัวเอง
เพื่อที่เราจะได้ไม่เดินผิดพลาดอีกครั้ง
เราต้องอยู่กับมัน และยอมรับมัน
ยอมรับว่ามันคือส่วนหนึ่งของเรา
ที่ทำให้เรามีวันนี้ ก็เพราะเราสร้างมันขึ้นมาเอง

เราไม่ควรหนีตัวเอง เพราะเราคือมัน
เราไม่ควรหนีปัญหา ถ้าปัญหาอยู่ที่เรา
เราไม่ควรแกล้งทำว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
เราไม่ควรหลอกตัวเองว่าเราไม่เคยพลาด
เพราะนั่นคือ การหลอกตัวเอง
และไม่แก้ปัญหา ไม่พยายามจะก้าวไปข้างหน้า
ไม่พยายามที่จะออกจากมัน แต่จะหลบหนีมันทั้งที่มันก็คือเรานั่นเอง
เพื่อนทั้งหลาย
การเรียนหนังสือกับการสอบตกเป็นของคู่กัน
การเดินทางกับอุบัติเหตุก็เป็นของคู่กัน
เมื่อเรายังมีชีวิต เมื่อเรายังเดินทาง
อุบัติเหตุก็ย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับนักเดินทางทุกเมื่อ

การเกิดอุบัติเหตุแค่เพียงครั้งเดียวในชี่วิตการเดินทาง
มันจะทำให้เราเข็ดขยาด หวาดกลัวไปทั้งชีวิตเลยหรืออย่างไร
การเกิดอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว มันจะทำให้เราเลิกเดินทางทั้งชีวิตเลยหรืออย่างไร
ทำไมเราไม่มองหาปัญหาว่าเราบกพร่อง ผิดพลาดตรงไหน
แล้วนำมันมาปรับปรุงแก้ไข และเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ
สำหรับการเดินทางครั้งใหม่
ชีวิตคือการเดินทางไกล
อย่าท้อใจแค่อุบัติเหตุชีวิตเพียงครั้งเดียว
เตรียมตัวให้พร้อม เก็บสัมภาระให้ดี
มองไปข้างหน้า โลกกว้างใหญ่ ยังรอให้เราค้นหาอยู่
มันมีรางวัลสำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้เสมอ
อย่างน้อยเราก็ได้พูดว่า ฉันเดินมาจนสุดทางได้แล้ว




















วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว


คนบางคนงามทั้งภายนอกงามทั้งภายใน
คือมีรูปกายที่สะอาดสะอ้านหมดจด
มีผิวพรรณที่งดงาม มีรูปร่างที่สมส่วนน่าหลงใหล
แถมซ้ำภายในจิตใจยังเป็นผุ้มีจิตใจงดงาม
มีความเมตตาอารี รู้จักเสียสละ รู้จักทาน
สร้างบุญบารมี คนเหล่านี้ จะมีแววตาสดใส เบิกบาน
พูดจาอ่อนน้อม อ่อนหวาน เป็นมิตร
มองดูก็รู้ว่าเป็นคนมีความสุข
เป็นคนที่งามทั้งนอกทั้งใน

คนบางคน หน้าตาหมองคล้ำ ไม่มีสง่าราศี
หน้าตาบ่งบอกว่าเหมือนคนอมทุกข์
แบกโลกทั้งโลกไว้เพียงผู้เดียว
ซ้ำยังจิตใจขุ่นมัว ดวงตาเขม็ง
หน้างิ้วคิ้วขมวด วาจาหยาบกร้าน ไม่เป็นมิตร
ไม่ชอบพบปะผู้คน เก็บตัว เห็นแก่ตัว
โลกทัศน์แคบ มองสังคมแง่ลบ จิตใจคับแคบ
อิจฉาตาร้อนเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดีกว่า
หยาบคายเป็นนิสัย
ใฝ่ทางต่ำ
คนกลุ่มนี้ก็จะรู้ได้ทันทีที่เราพบเห็นได้พูดคุยแม้เพียงเดี๋ยวเดียว

ทำไมคนเราเกิดมา มีสูง มีต่ำ มีดำ มีขาว
สติปัญญาไม่เท่ากัน สมองไม่เท่ากัน มีเพื่อนฝูง ญาติมิตรไม่เท่ากัน
ทั้งหมดทั้งสิ้นก็ด้วย แรงกรรมที่เคยสร้างเคยสมมา
คนเคยสร้างกรรมชั่วมาแต่อดีตชาติ ก็จะมาชดใช้กรรมนั้นในชาตินี้
เช่น เคยดุด่าพ่อแม่ เคยตบตีพ่อแม่ ก็จะเกิดมาไม่สมประกอบ ขาเดี้ยง มือพิการ
ปากบิด คอเบี้ยว เป็นใบ้  ก็ล้วนจากผลกรรมที่สร้างไว้

ส่วนบางคนสร้างกรรมดีไว้ ก็จะเกิดมาเพื่อรับกรรมดีนั้น เช่น
มีรูปเป็นทรัพย์ เพราะรักษาศีลมาดี
มีน้ำเสียงเป็นทรัพย์ เพราะเคยใช้เสียงสร้างบุญสร้างทาน
เช่น อ่านหนังสือสอนคน สร้างกลอง ระฆังถวายทานเป็นต้น
หรือเกิดมามีปัญญาดีกว่าคนอื่นก็เพราะชาติก่อนเคยให้ความรู้เป็นวิทยาทานกับผู้อื่น
เกิดมาร่ำรวยมีบริวารห้อมล้อม ก็เพราะเคยบริจาคทรัพย์ถวายทาน สร้างบารมีแก่คนทั่วไป

บางคนบอกว่าเราเกิดมาในชาตินี้แล้ว ขาดแคลนขัดสนนัก
ไม่มีสินทรัพย์จะไปบริจาคทานใดๆ
พุทธองค์กล่าวไว้ว่า มนุษย์เราเกิดมามีทรัพย์อยู่พร้อมแล้ว
เช่นมีตา ที่จะมองเห็น สิ่งดีสิ่งงาม ไม่ใช้ดวงตาไปในทางเหยียดหยามลบหลู่ใคร
มีหูที่คอยสดับรับฟังผู้อื่น มีปากที่คอยยิ้มแย้มแจ่มใสต่อผู้อื่น
พูดจาให้กำลังใจ ไม่ถากถาง ใส่ร้ายผู้อื่น
มีสองมือที่คอยหยิบจับช่วยเหลือผู้อื่น หรือผู้ที่อ่อนแอกว่าได้
มีสองขาที่คอยนำพาตัวเองไปในทางที่ดีที่งามและนำพาผู้อื่นไปทางดีได้
มีร่างกายที่คอยช่วยเหลือ เป็นเพื่อนผู้อื่นได้ เป็นสามี เป็นภรรยา เป็นเพื่อนที่ดีได้
มีมดลูกที่สามารถให้กำเนิดบุตร กำเนิดชีวิตใหม่ได้ ให้ชีวิตได้

ส่วนต่างๆในร่างกายเหล่านี้ สามารถนำมาสร้างบุญสร้างทาน สร้างบารมี
ให้ตนเองได้ แต่เรามักไม่ทำ เรามีตาเพื่อมองหาข้อไม่ดีผู้อื่น เรามีมือเพื่อชี้ความไม่ดีผู้อื่น
เรามีปากเพื่อทำลายผู้อื่น เรามีจิตใจที่คับแคบ จิตใจที่ยากจน
เราจนแม้กระทั่งจิตใจภายใน เราจนแม้กระทั่งคำพูดที่จะปลอบประโลมคนอื่น
ให้กำลังใจผู้อื่น  เราขี้เหนียวแม้กระทั่งคำพูด ที่จะพูดคำว่า ขอบคุณ ขอบใจ
หรือพูดให้กำลังใจกัน เรามีชีวิตแบบนั้น มีก็เหมือนไม่มี
เพราะไม่ได้สร้างสิ่งดีให้แก่ตนเองและผู้อื่นเลย

กรรมจึงไม่ใช่อยุ่ที่การกระทำในชาติปางก่อนเท่านั้น แต่กรรมทั้งดีทั้งกรรมชั่ว
ยังถูกสร้างในชาตินี้ด้วย เพราะผลบุญผลกรรมในชาตินี้จะส่งผลต่อเราในชาติหน้า
ว่าเราจะเกิดมาอย่างไร เป็นคน หรือเป็นสัตว์เดรัจฉานก็อยู่ที่การกระทำในชาตินี้ด้วย

ดังนั้นเมื่อคนจิตใจมืดบอดอยู่กับคนจิตใจมืดบอด 
จึงไม่ต้องสงสัยว่าชาติต่อไปจะเป็นอย่างไร
คนจิตใจรู้แจ้งเห็นแสงสว่าง อยู่กับคนที่รู้แจ้งเห็นแสงสว่าง
ก็จะพากันนำสิ่งที่ดีมาสู่ตนเองและนำกรรมดีนั้นติดตามตัวไปในภพชาติใหม่ด้วย













วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เพราะฉันเจ็บน้ำตาฉันจึงไหล


คนดี
ทุกวันนี้ น้ำตาของฉัน มันก็ยังไหลนองหน้า
เพราะฉันเจ็บ ปวดร้าวเหลือคณา
เจ้าน้ำตาของฉันจึงไหลริน
กว่าจะข้ามคืน กว่าจะข้ามวัน
มันชั่งทรมานเสียนี่กระไร

ตั้งแต่เธอจากฉันไป
หัวใจของฉันก็รำพันหา
คอย เฝ้าคอยเธอทุกเวลา
แต่เธอเธอชั่งเย็นชากับฉัน เสียเหลือเกิน
รักของฉันที่มีให้กับเธอ
ก็ยังคงเปี่ยมล้นหัวใจเช่นเคย
แต่ในเวลานี้ ฉันไม่กล้าแม้เอ่ยคำ
ฉันไม่กล้าแม้สบตามองเธอยามผ่านไปมา
เพราะหัวใจของฉันมันฟ้องว่า
เธอคนนี้ เคยเหยียบย่ำหัวใจรักที่ฉันเคยมีให้
เธอคนนี้เคยตัดสวาท ขาดเยื่อใย สิ้นไมตรีไปแล้ว

สิ่งที่มีในใจ สำหรับฉันวันนี้ก็คือ
ภาพรักอันงดงามในอดีต 
ที่ฉันได้พิมพ์ภาพนั้นลงไปในความทรงจำ
ฉันจะจดจำภาพที่งดงาม วันเวลาที่ดีเหล่านั้นไว้

ระหว่างฉันกับเธอ คงไม่มีวันหวนคืนย้อนมาเหมือนเดิมได้อีกแล้ว
มันเป็นอดีตไปแล้ว แม้จะเป็นอดีตที่เพิ่งจะผ่านไป
แต่หัวใจของฉันก็เจ็บเกินจะทำใจ
ที่จะเดินย้อนกลับไป ให้เธอซ้ำรอยแผลใจลงไปอีก

ฉันเจ็บมามากแล้วสำหรับชีวิตนี้
ฉันไม่สามารถแบกรับความรู้สึกเจ็บปวดนั้นได้อีกแล้ว
ชีวิตฉัน อยู่เหมือนตายทั้งเป็นมานับยี่สิบปีแล้ว
ฉันเคยคิดว่า เธอจะเข้ามาลบรอยเจ็บ รอยแค้นนั้น
ให้เลือนลางไปจากหัวใจฉัน

แต่เธอกลับมาเหยียบย่ำ ซ้ำเติม กรีดรอยแผลเก่าในใจ
ให้มีรอยแผลใหม่ทับลงไปอีก

แม้จะยังรักเธอ
แต่ก็คงไม่กล้าที่จะสบตาเธออีกต่อไป
เพราะแผลในใจฉัน มันเจ็บแปลบทุกครั้งที่ฉันเห็นหน้าเธอ
มันเตือนใจฉัน ว่า อย่าไปใกล้เธอ คนใจดำ คนไร้หัวใจ
ขืนเข้าไปอีก คงเป็นหลุมฝังศพของใจเราเป็นแน่

เธอรู้ไหมว่า ฉันเจ็บ
เธอรู้ไหมว่า ฉันร้องไห้ คร่ำครวญ
ยามค่ำคืน จะทนฟังเสียงสะอื้นของหัวใจอยู่ทุกคืนวัน
ฉันกล้ำกลืนฝืนทน จนฉันแทบกระอักตายอยู่แล้ว

ฉันคงทำตัวฉันเองเหมือนเธอว่า
ใช่ ฉันมันไม่ดีเอง
เธอเหมือนนางฟ้านางสวรรค์
ส่วนฉันมันต่ำต้อย ด้อยค่า
ลูกชาวนา แสนยากจน
คงไม่เหมาะสมจะเคียงข้างเธอ
ฉันคงเป็นอย่างนั้น
ฉันจึงไม่มีที่ยืนในหัวใจเธอ

ฉันพ่ายแพ้ ฉันสู้ไม่ได้ แม้คนที่จิตใจไม่ปกติ
อะไรจะเจ็บปวดกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว
มันน่าละอาย ฉันละอายใจ ที่ฉันแย่ขนาดนั้น

จงสุขเถิดที่รัก
ที่ฉันจะบอกเธอในวันนี้คือ ฉันเจ็บ
ฉันร้องไห้ น้ำตาของฉันไหล ก็เพราะฉันเจ็บ
ฉันเจ็บเหลือเกิน 
ฉันเจ็บครั้งนี้ เวลาทั้งชีวิตคงรักษาไม่หาย
คงปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับฉัน
กับความทรงจำที่ขมขื่น
ที่คนที่เรารัก หวังดี ปรารถนาดี
เฝ้าทุ่มเทสารพัดที่คนคนนึงจะทำได้ ทำให้เธอ
แต่สิ่งที่เธอตอบแทนฉันคนที่รักเธอด้วยใจจริงคือ รอยแผลในใจ
มันคงตายไปพร้อมกับฉัน และฉันจะจดจำสิ่งที่เธอทำกับฉันครั้งนี้จนวันตาย




วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เดียวดาย


คนเรา
ยามที่เรายังแข็งแรงดี เราก็มักใช้ชีวิตอย่างประมาท
กิน เที่ยว ไร้สาระไปวันๆ
แต่เมื่อใดที่เราล้มหมอนนอนป่วยขึ้นมา
เงินทองจะซื้อหยูกซื้อยา ก็แทบจะไม่มี
ยามที่เรามีอยู่มีกิน ก็ไม่ค่อยจุนเจือสังคมรอบข้าง
ยามที่เราอ้างว้างจะหาใครมาดูแลเรา

ตอนที่เรามีคนรุมรักรุมชอบ
มีคนดีๆเดินผ่านเข้ามาในเส้นทางชีวิต
เราเองกลับทำตัวเหมือนกับว่า ตัวเองสวยเป็นเทพธิดา
หรือหล่อสง่างามเป็นเทพพระบุตรมาจุติ
ปฏิเสธ น้ำใจ ตัดเยื่อสื้นใยไมตรีชนิดไม่เผาผี ไม่ยืนทับเงากัน
สุดท้าย ยามที่เราย่างสู่วัยร่วงโรย
ข้างกายเรากลับมองไม่เห็นใครอยู่เลย
ความเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ทำให้คนเราหลายคนว้าเหว่ยามแก่ชรา
ป่วยไข้ไม่มีใครมอง ตายไม่มีใครไปดูดำดูแดง จากไปก็ไม่มีใครถามไถ่หา

หลายคนมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น
ในขณะที่รอบกายเรา มีคนมากมาย
แต่กลับ หาใครซักคนที่รู้ใจ เข้าใจ มาอยู่ข้างกายไม่ได้
ชีวิตมันเดียวดาย เงียบเหงา เหว่ว้า อ้างว้าง 
เหมือนเรือที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางมหาสมุทร
แล้วแต่ลม แต่คลื่นจะซัดพาไป ชีวิตไร้จุดหมาย ไร้เป้าหมาย
อยู่ไปวันๆ อยู่เพื่อรอวันตาย

หลายครั้งมีเรื่องในใจ อยากพูด อยากเล่า อยากระบายออกมากับใครซักคน
ก็ทำไม่ได้ ยามเหงาอยากพุดคุยอยากซบอก อยากนอนหนุนตัก 
ก็ทำได้เพียงแค่คิด และนั่งน้ำตาซึม
อยากคิดถึงใครซักคน และอยากมีใครซักคนเป็นห่วง
อยากมีครอบครัว อยากมีลูกน้อย ทีนั่งดูพวกเขาเติบโตอย่างมีความสุข
ก็ทำไม่ได้ เวลานั่งดูทีวี อยากพูดโน่น พูดนี่ อยากวิจารณ์หนังบ้าง วิจารณ์รายการบ้าง
อยากวิจารณ์ละครบ้าง แต่พอหันไปรอบกายก็ไม่มีใคร
ละสายตาออกจากโทรทัศน์ ก็มีแต่กำแพงบ้าน
ออกไปข้างนอกบ้าน เจอที่สวย เจอบรรยากาศดีๆ
อยากเก็บมาบอกมาเล่า ก็ไร้คนจะมาฟัง
เจอเสื้อผ้าสวยๆ อยากซื้อให้ใครซักคน
เจออาหารดีๆ อร่อยๆ อยากซื้อมาฝาก อยากให้ใครซักคนได้กินด้วย
ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
ชีวิตในแต่ละวัน กลายเป็นสิ่งไร้ค่า
ไร้เป้าหมาย ไร้แนวทาง ไร้คนร่วมทาง
ไม่มีอนาคต ไม่มีความฝัน
ไม่มีสิ่งใหม่ๆ ไม่มีสิ่งตื่นเต้น
มันเงียบเหงา
มันจืดชืด
มันมืดดำ
มันไร้ค่า
เช้าไปทำงาน เย็นกลับบ้านๆๆ
ชีวิตมันถูกใช้ซ้ำๆซากๆ วันแล้ววันเล่า ไม่มีความหมายอะไร
ไม่มีใครรอ ไม่มีใครห่วงใย ไม่มีใครคิดถึง
กลับบ้านก็นั่งอมลิ้น อมขี้ฟัน
วันๆแทบจะไม่ได้ปริปากพูดคุยกับใคร
นี่คือชีวิตที่บัดซบ เส็งเคร็ง ไร้ค่า จอมปลอมที่สุด
ชีวิตแบบนี้อยู่ก็เหมือนตาย
แม้จะมีร่างกาย มีลมหายใจ แต่ก็ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ไร้สีสัน
อยู่หรือตายไม่ต่างกัน

ดังนั้นใครก็ตาม เมื่อมีโอกาส
เมื่อมีคนดีเดินเข้ามาหา จงไขว่คว้าเอาไว้
อย่าปล่อยให้ผ่านเลยไป หรือผลักไสให้ไปเสียเอง
เพราะวันนึง วันที่คุณไม่มีใคร วันที่คุณเดินผ่านใคร แต่เขากลับทำเหมือนว่าไม่เห็นคุณ
ไม่มีแม้เสียงร้องทัก ซักถาม สารทุกข์สุกดิบ เหมือนเราไม่มีตัวตนในโลกนี้แล้ว
วันนั้นจะเสียใจ ก็สายเกินไป เพราะโอกาสดีดี ไม่มีเข้ามาทุกวัน
จงหยิบคว้ามันเอาไว้ ก่อนที่ข้างกายคุณจะไม่เหลือใครอีกเลย




วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เจ็บนี้พี่จะจำจนตาย





เพื่อนเอย
หลายคนอยากทำตัวเป็น นักบุญ 
เป็นพ่อพระ เป็นแม่พระ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม
เวลาคบใคร รักใคร ก็ทุ่มเท เทิดทูน จนไม่เหลือพื้นที่หัวใจ
ไว้ให้ใครอีกเลย แต่หลายคนกลับได้แต่น้ำตากลับคืนมา

การที่เราจริงใจ
การที่เราทุมเท การที่เรารักจริง
มันไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันว่าเราจะได้แต่สิ่งดีกลับคืนมา
แต่บางครั้ง การที่เราแสดงความจริงใจออกไป
ก็กลับกลายเป็นว่า เราถูกซัดกลับมา อย่างสิ้นท่า หมดเชิง

รักจริง รักแท้
มันไม่มีคุณค่าใดๆ กับคนที่ไม่รู้จักมัน ไม่รู้ค่าของมัน
มันกลายเป็นสิ่งน่าขยะแขยง น่าเกลียด น่ากลัว
สำหรับคนไม่จริงใจ สำหรับคนปลิ้นปล้อน เขากลัวรักจริง
มันน่าอนาถใจที่เรา ตาย เราเจ็บ เพราะรักแท้

เพื่อนเอย
จงอย่ามีรัก กับคนที่ไม่รู้จักรัก
จงอย่ามีหัวใจ กับคนที่ไม่มีหัวใจ
จงอย่ารักแท้ กับคนที่ไม่ต้องการรักแท้
จงอย่ามอบใจให้คนเหล่านี้

จงปลิ้นปล้อน กับคนปลิ้นปล้อน
จงโหดร้าย กับคนที่โหดร้าย
จงใช้เงินกับคนที่บูชาเงิน
อย่ารักแท้กับคนเหล่านี้
เพราะคนเหล่านี้ จะไม่รู้ค้ารักบริสุทธิ์นั่นเลย

มันคงเหมือนกับ ไก่เจอเพชร
แม้เพชรจะมีค่ามหาศาล
แต่ไก่พวกนั้นก็ไม่เห็นคุณค่ามัน
คงได้แค่ จิก ๆ แล้วก็ปล่อยทิ้ง

น้ำใจของเรา ความรู้สึกของเรา
นอกจากเขาไม่สนแล้ว
เขายังเหยียบทิ้งเสียอีก
แม้บางครั้ง เราโหมทุ่มทั้งกายใจ
จนมองซ้าย มองขวาล้วนมาจากเรา
แต่เชื่อไหมว่า มันไม่มีแม้คำขอบคุณ
ไม่มีแม้น้ำเย็นสักแก้ว ใส่มือให้เพื่อตอบแทนน้ำใจ

เราจะทนคบคนไร้ซึ่งหัวใจเหล่านี้ไปเพื่ออะไร
เพราะ จะวันนี้ วันหน้า คนไม่มีหัวใจ ก็ยังเป็นคนไม่มีหัวใจอยู่ดี

จนวันนึงข้างกายเขาไม่เหลือใครแล้ว เขาเหล่านั้นจึงจะรู้ว่า
ได้สูญเสียอะไรไป และถึงจะได้รับรู้รสชาติความเจ็บปวด และการสูญเสีย
ปล่อยให้เวลาจัดการคนเหล่านี้เถิด สหายทั้งหลาย
จงแผ่เมตตาให้กับคนไร้ใจพวกนั้นเสีย ให้พวกเขา ตาสว่่าง
เห็นทาง เห็นธรรม เห็นสิ่งถูกต้องเสียที
จงเจ็บ ครั้งเดียวแล้วเดินหนีจากไป ดีกว่าทนกล้ำกลืน
ฝืนเจ็บอย่างนี้ต่อไป
อย่าเสียใจ กับคนไม่มีใจ
อย่าเสียน้ำตา กับคนไม่มีน้ำตาอีกต่อไป


นิยายรักขาดตอน -ชมพู ฟรุ๊ตตี้



วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

รักเอย



คนบางคนเดินผ่านเข้ามาในชีวิตของเราแล้วก็เดินผ่านไป
คนบางคนเดินเข้ามาในชีวิตของเรา
และก็มาทำให้เรารัก
แล้วก็เดินจากเราไป
คนบางคน
เดินเข้ามา
ทำให้เราเจ็บปวดชอกช้ำระกำใจ
ฝากแผลไว้ในใจเรา แม้เราจะใช้เวลาทั้งชีวิตก็รักษาไม่หาย
เหลือรอยแผลในใจนั้นไว้ให้เรา กลืนกล้ำ อยู่ก็เหมือนตาย
เจ็บปวด รันทดใจ ทั้งชีวิต

ความรัก
บางครั้งก็เหมือนปุยฝ้าย
ที่มีสีขาวนวล บริสุทธิ์ บางเบา
นุ่มนวลมือใครได้สัมผัส
แต่ก็พร้อม ที่จะเปรอะเปื้อนอยู่เสมอ

บางครั้ง
ความรักก็เหมือนปุยเมฆ
ที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้า มีหลากหลายรูปทรง
แล้วแต่คนเราจะจินตนาการ
หลายคนอยากได้ อยากสัมผัสมัน
แต่ก็ให้รู้สึกว่า มันชั่งไกลสุดเอื้อมเสียเหลือเกิน

ครั้นพอเราถอดใจ จะหันหลังเดินหนีมันไป
ก็ให้รู้สึกว่า ปุยเมฆนั้น มันชั่งลอยเข้ามาใกล้มือเราเหลือเกิน
แต่พอเราเอื้อมมือ จะไขว่คว้ามันมา ในมือของเรา ก็มีแต่ความว่างเปล่า

บางครั้งความรัก
ก็เหมือนสายใยเส้นบางๆ
ที่อ่อนไหว พลิกพริ้วไปตามอารมณ์ ไปตามสายลม
สายใยแห่งรักนี้ บางครั้งก็พร้อมที่จะเกี่ยวพัน
กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อยู่ตลอดเวลา
แต่เมื่อเราออกแรงที่จะมัดที่จะดึงมันเอาไว้
มันก็พร้อมที่จะขาดวิ่นลงทุกเวลา

บางครั้ง
ความรักก็เหมือนกับสายลม
ที่พัดมาและก็พัดผ่านไป
ไม่มีตัวตน เราไม่สามารถ หยิบจับมันไว้ได้
แต่เราก็รู้สึกว่า มันมีอยู่จริง
เมื่อสายลม โลมไล้ หัวใจเราก็อ่อนพริ้วไหว
เอนไปตามสายลมรักนั้น
แต่เมื่อเราต้องการ เห็นตัวตนที่แท้จริงของสายลมรัก
เราก็ไม่อาจสัมผัสจับต้องมันได้

รักเอย
ที่แท้ เจ้าคืออะไร
ที่แท้เจ้าเป็นอะไรกันแน่
เจ้ามาทำให้ใจของข้าเจ็บ
เจ้ามาทำให้ใจของข้ารู้สึกดี มีคุณค่า
และเจ้าอีกนั่นแหละที่ทำให้ข้า ดูเหมือนไร้ค่า
รักเอย หรือชีวิตนี้ของข้า จะถูกเจ้า ลวงหลอกเล่น
ปั่นหัวข้าเล่น ให้เจ็บช้ำ ให้ดีใจ เพียงชั่วครู่ชั่วยาม
พอข้าจะหยิบคว้าเจ้ามา พอข้าจะยึดครองเจ้าไว้
เจ้าก็หลุดลอยจากข้าไป จนไกลแสนไกล
ทิ้งให้หัวใจข้า สะอึกสะอื้น ร่ำไห้
ทุกข์ใจ ปวดใจ รันทดใจ
รักเอย
ข้าผิดหรือไร
ที่จะเสาะแสวงหาคนที่รัก
คนที่ข้าเลือก
มาไว้เคียงข้างหัวใจข้า
ข้ายินดีจะยอมรับ
ในสิ่งที่ข้าเลือก ไม่ว่าผลมันจะเป็นอย่างไร
แต่เจ้าไม่เคยให้โอกาสข้า ได้พิสูจน์ตัวเองเลยสักครั้งเดียว

สวรรค์สร้างให้ข้านั้นเป็นคนมีรักจริง
สวรรค์สร้างให้ข้ามีรักเดียวใจเดียว
แล้วทำไมสวรรค์ ต้องกลั่นแกล้งหัวใจข้า
ข้าเจ็บ ข้าปวดเสียเหลือเกิน มันเกินที่จะทนแบกรับ
ความรู้สึกนี้อีกต่อไป เจ้ามาทำให้ข้ารัก ให้ข้าเจอ
แล้วก็พรากสิ่งที่ข้ารัก ไปจากตัวข้าตลอดมา

ทำไม
ทำไม ข้าทำผิดอะไร
ผิดที่ข้ารักจริงอย่างนั้นหรือ

ข้าไม่ต้องการให้คนทั้งโลกมารักข้า
ข้าต้องการเพียงใครซักคนที่รัก และเข้าใจข้า
และพร้อมที่จะใช้ชีวิต ร่วมทุกข์ ร่วมสุข
จับกุมมือ เดินทางไปเคียงข้างข้า
จนถึงเส้นชัย
ข้าต้องการเพียงเท่านั้น
ข้าอยากอยู่กับคนที่ข้ารัก ข้าเลือก
ข้าผิดนักใช่ไหม
ตอบข้าที ยามนี้ก็ต้องการคำตอบ
ต้องการคำอธิบาย
ต้องการความห่วงใย
จากใครซักคนมาดูแลความรู้สึก
ข้ามิอาจ ทนฝืนต่อไปได้อีกแล้ว
ข้าเจ็บมามากพอแล้ว
หัวใจของข้ามีแผลมามากพอแล้ว
ข้าร้องไห้มามากพอแล้ว
พอเสียที หยุดเสียที
หยุดแกล้งข้า
และส่งใครซักคนที่รักและเข้าใจข้า
ให้มาร่วมทางชีวิตกับข้าเสียทีเถิด รักเอย