ยินดีต้อนรับทุกท่านสำหรับคนใจช้ำที่ถูกย่ำยีมาไม่ว่าคุณจะเป็นใครเราคือเพื่อนกัน

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

รอวันเธอกลับ


  • รอวันเธอกลับมา


เธอก็รู้ ว่าพี่รัก                        แล้วเธอผลัก พี่ทำไม
ผลักแล้ว ได้อะไร                  ความสะใจ หรือร่าเริง
เธอเอง ก็มีทุกข์                    ใช่จะสุข  มันยุ่งเหยิง
ใจฉัน ก็เปิดเปิง                     ส่วนใจเธอ ก็หมองตรม
ไม่มี ใครมีสุข                         มีแต่ทุกข์ ไร้สุขสม
จากคน ที่นิยม                       ก็เบือนหน้า ร้างลากัน
เหมือนเรา หลอกตัวเอง       เจ็บใจเอง มันน่าขัน
เรื่องราว สารพัน                   เพราะเธอฉัน ไม่เข้าใจ
ลืมได้ ลืมไปเถิด                   จงเตลิด ไปให้ไกล
ส่วนพี่ ลืมไม่ได้                    พี่หลอกใจ นั้นไม่ลง
จุดเปลี่ยน ของเรื่องนี้          มันอยู่ที่ เจตจำนง
แค่บอก กันตรงตรง             เธอก็หลง ทิศหลงทาง
กลับมา ปรับหัวใจ                พี่ยังไม่ คิดเมินหมาง
ยังอยู่ ในเส้นทาง                เพื่อรอนาง นั้นกลับมา
กลับมา เป็นคู่คิด                 คู่สนิท คู่กายา
ไม่มี เสียน้ำตา                     โปรดกลับมา เถิดคนดี





วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ราตรีที่ยาวนาน


เมื่อยามแสงทองลับลาจากขอบฟ้าไป
เสมือนหนึ่งว่าพรากหัวใจของฉันไปจากอกด้วย
หนึ่งทิวาหนึ่งราตรีสำหรับฉันมันชั่งยาวนานเหลือเกิน
ราตรีที่ยาวนานในแต่ละวันมันเฉือนบั่นความมั่นใจ
ไปจากฉันเสียสิ้น

ฉันทุกข์ ฉันตรม ฉันขมขื่น ฉันเหงา
ฉันครุ่นคิด รำพึงรำพัน กับทุกเรื่องราว ทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตฉัน
บางครั้งฉันสะอื้นไห้ น้ำตาฉันไหลคลออาบพวงแก้ม ทุกครั้งที่ฉันคิดขึ้นมา
บางครั้งฉันแอบยิ้ม เมื่อฉันคิดถึงภาพรักของเราในอดีต

ร่องรอยแห่งอดีต มันเชือดเฉือนใจฉันเสียเหลือเกิน
ไม่มีซักวันที่หัวใจฉัน จะไม่ตรอมตรม ฉีนทุกข์ทรมาน
กว่าจะก้าวข้ามคืนข้ามวันไปได้

คนที่หัวใจเจ็บ คนที่เหมือนตายทั้งเป็น
คนที่ถูกพรากรัก คนที่คนรักตายจาก ตั้งแต่ยังวัยหนุ่มอย่างฉัน
คงไม่มีใครเข้าใจว่ามันทุกข์ ทรมานแค่ไหน

คนเราเมื่อหมดรักก็ลาจากกันไป
หัวใจก็คลายความสำคัญนั้นลง
แต่
เราจากกันทั้งที่ยังรัก อาวรณ์ อาลัย ห่วงหากันอยู่
ภาพความหวานชื่น ภาพความเจ็บปวดในอดีต 
มันยังฝังตรึง ค้างคาความทรงจำไม่เคยลืมลงได้

หลายครั้งที่ฉันคิดหาใครซักคน มาลบร่องรอยแผลนี้ออกจากใจ
ก็ดูท่าว่า จะสิ้นไร้วาสนา ชีวิตรักของฉัน
คงถูกเขาขีดเส้นกำหนดมา
ให้ชะตารัก ฉันอกตรม

ชะรอยกรรม เมื่อครั้งก่อน
ฉันคงเคยพลัดพราก นกกา จากพ่อแม่
กรรมแต่หนหลังจึงตามมา ให้ฉันได้ลิ้มรส ความพลัดพรากนี้

เมื่อยามที่ฉันอยู่คนเดียว เดี่ยวโดด
ฉันก็ให้รู้สึกว่า ข้างกายฉัน จะมีสายตาที่เฝ้ามองจับจ้องตัวฉันอยู่
ด้วยความสนใจในตัวฉัน
แต่เมื่อใดที่ฉันหันกลับไปเหลียวมอง
ก็ไร้วี่แววสายตาเหล่านั้น ยิ่งฉันเดินเข้าหา
ก็ยิ่งดูเหมือนว่า ฉันยังยังเดียวดาย

ยามใด ที่สายลมลูบไล้ โลมเลียผิวกาย
หัวใจฉันเหงา หนาวสั่นสะท้าน
ฉันอยาก อิงแอบไออุ่นรัก จากใครซักคนที่รัก และเข้าใจฉัน
ฉันอยากโน้มดึงเธอมากอด พรอดพร่ำ ให้ฉ่ำรัก
อยากจูบแก้มเธอซักพันพันครั้ง
อยากบอกรักเธอทุกวินาที
อยากบอกให้ใครรู้ว่า
ฉันมีรักแท้ ฉันเจอรักแท้ ฉันเจอคู่รักของฉันแล้ว
และฉันก็กำลังมีความสุขกับรักนั้นของฉัน

ฉันอยากได้เธอ มาเคียงชิดใกล้
ยามร้อนก็คอยพัดวีให้กัน
ยามหนาวก็ขยับกายเข้าใกล้
ให้ผิวเนื้อ ให้หัวใจของเราเข้าชิดกัน
ให้หัวใจของเราได้สัมผัสไอรักจาก อกของกันและกัน

ฉันอยากบอกเธอว่า ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ฉันอ่อนล้าเหลือเกิน
ฉันไม่แน่ใจว่า พลังใจของฉัน จะมีแรงอดทนต่อไปได้สักเท่าไร

เพราะเมื่อข้างกายของฉันไม่มีเธอ
หัวใจของฉันก็ไม่มีความกระตือรือล้นอีกต่อไปเลย
หัวใจของฉัน ก็ไม่อยากอยู่ต่อไป
ชีวิตที่อยู่ก็เหมือนตาย มันชั่งทรมานเสียเหลือเกินคนดี

กว่าฉันจะผ่านราตรีนี้ไปได้
ก็ต่อเมื่อฉันเห็นแสงทองเริ่มส่องขอบฟ้าอีกครั้ง
หัวใจของฉันมันจึงบอกฉันว่าถึงเวลาพักผ่อนแล้ว



คนอาภัพ - สายัณห์ สัญญา ขับร้อง น้องก้องทำ









วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อย่าหวังใช้น้ำไกลมาดับไฟใกล้


หลายคนให้คำจำกัดความ หรือคำนิยาม ของคำว่า คนดี แตกต่างกันออกไป
แต่ถ้ายึดตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็หมายถึงต้องดีทั้ง กาย วาจา ใจ
ซึ่งนั่นก็คือ ดีทั้งความคิด ดีทั้งคำพูด และดีทั้งการกระทำหรือพฤติกรรมด้วย
ทั้งหมดนั่นจึงเป็นคนดี
บางคนอาจจะแย้งว่า มีบางคนมันพูดดี แต่ทำตัวไม่ดีเลย
นั่นก็ไม่เข้าองค์ประกอบของคนดีตาม พุทธองค์
เพราะคนดีต้องครบองค์ประกอบคือ ดีทั้งความคิด คำพูดพฤติกรรม
คือ กายวาจาใจ นั่นเอง มีบางสิ่ง ขาดบางสิ่งก็ไม่ครบองค์นี้

หลายคนบอกแล้วจะหาคนดีอย่างนั้นได้ที่ไหน
มีหรือไม่คนดีอย่างนั้น
ก็ต้องตอบว่าอาจจะมี หรืออาจจะไม่มีก็เป็นไปได้เหมือนกัน
มันขึ้นอยู่กับว่า เราเคยได้พบมาหรือไม่ และปล่อยมันผ่านไปแล้วหรือไม่

หลายคนคิดว่าตัวเองได้พบคนดีแล้ว หรือเคยพบแล้ว แต่จากเราไปแล้ว
ไม่มีวันจะหวนคืนย้อนมาหาเราอีกแล้ว

บางคนบอกได้พบแล้ว
อีกคนอยู่ไกลตา ที่เราคิดว่าเขาเป็นคนดี เพราะทุกครั้งที่เขาพบปะพูดคุยกับเรา
เขาแสดงออกว่าเขาเป็นคนดี ทั้งที่ไม่เคยเห็นพฤติกรรมที่บ้านของเขา
ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แท้จริงของคนดีคนนั้นเลย

กับคนดีอีกคน ที่อยู่ใกล้ตา
ที่เราได้เห็นนิสัยใจคอ ได้รู้ลึกตื้นหนาบางเขาทุกอย่าง
ได้พูดได้คุย ได้ทะเลาะกับเขามาแล้ว แต่ก็ยังคิดว่าเขาเป็นคนดี
เพราะรู้นิสัยแท้จริงที่บ้าน โดยไม่เสแสร้ง
รู้พฤติกรรมที่บ้าน เพราะบ้านติดกัน
หรือข้อดีข้อเสีย รู้จุดเด่นจุดด้อยของเขาอย่างละเอียด
คิดว่าเขาเป็นคนดี
แต่อาจมีข้อจำกัด ที่คิดว่า คนดีใกล้ตาคนนี้อาจด้อยกว่าคนดีที่อยู่ไกลตา
เราจึงไม่แน่ใจ ว่าจะตัดสินใจเทใจให้ใครระหว่างคนดีใกล้ตา กับคนดีไกลตา

ถ้าเราเจออย่างนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะตัดสินใจ
ให้ดูว่า ยามคุณเดือดร้อน คุณลำบาก คุณต้องการใครซักคน
คุณลองมองรอบข้างว่า คุณเห็นคนดีใกล้ตา หรือคนดีไกลตา
มาอยู่เคียงข้างคุณยามคุณตกยาก ทั้งที่เขายังไม่มีสถานะอะไรกับคุณเลยเหมือนกัน

โบราณบอกว่า อย่าใช้น้ำไกลมาดับไฟใกล้
หมายความว่ากว่าน้ำจะมาถึง ไฟก็ไหม้จนไม่เหลือซากแล้ว
น้ำใกล้แม้จะน้อย แต่ก็ยังช่วยผ่อนคลายปัญหาให้หนักเป็นเบาได้

คนไกลตาอาจจะดีจริง หรือไม่ดีจริงก็ได้ 
เนื่องจาก เขาไม่ได้อยู่ในสายตาของเราตลอด
ต่างจากคนใกล้แม้มีข้อบกพร่องบ้าง
มีจุดด้อยบ้าง มีข้อจำกัดบ้าง
แต่ทุกอย่างอยู่ในสายตาคุณ คุณมองเห็นมาโดยตลอด

เวลาเราจะเลือกใครซักคนมาอยู่ข้างกาย
เราไม่จำเป็นต้องเลือกคนที่ดีที่สุดที่อยู่ไกลตาที่เรามองไม่เห็น
มาเคียงข้าง เราต้องเลือกคนที่เราคิดว่า เรารู้จักเขาดีที่สุดก็พอ
มาอยู่เคียงข้างเรา และเขาก็รักเราด้วย
ความรักไม่ใช่เพียงแค่ ดีบวกกับดี เท่านั้น
แต่มันเป็นดี และรักเข้าใจเราด้วย นั่นต่างหากที่เราต้องการ
ถ้าคุณเจอเขาแล้วก็อย่าปล่อยให้หลุดมือไป

ในชีวิตนี้มันมีโอกาสไม่มากหรอก ที่เราจะมีโอกาสได้เลือก ได้ไขว่คว้า
อะไรซักอย่างมาเป็นของเรา ดังนั้นเมื่อมันลอยมาตรงหน้าคุณแล้ว
คุณกลับนั่งมองมันผ่านเลยไป โดยที่คุณไม่ได้เพียงเพียงเอื้อมมือคว้า
มาไว้หรือร้องทักซักครั้งในชีวิตนี้ นั่นคือสิ่งที่น่าเสียใจที่สุด
ที่เราปล่อยโอกาสผ่านเลยไป และจำไว้ว่า
มันจะไม่มีวันหวนย้อนกลับคืนมาอีกอย่างแน่นอน





วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ราตรีนี้พี่รำพัน




ที่รักคนดี
เธอรู้ไหมว่า ยามที่ฉันเดียวดาย อาดูร
ฉันมองหาคนเกื้อกูลจิตใจก็ไม่มี
ที่ศาลาคนเศร้า ที่ที่ฉันนั่งเหม่อคอย เฝ้ามองทาง รอนางจะกลับมา
วันแล้ววันเล่า วันแล้ววันเล่า ฉันก็ยังเฝ้าแต่คอยเธอ

ยามที่สายลมลูบไล้ที่ผิวกาย ใจฉันหวั่นไหวสะท้าน
บางครั้งฉันอยากฝากสายลมนั้นไปหอมแก้มเธอแทนฉัน
บางครั้งฉันอยากฝากรักของฉันไปกับสายลมนั้นเสียเหลือเกิน

ยามฉันเหงาและเปล่าเปลี่ยว
นั่งรำพึงอยู่คนเดียวก็ยังเสียวสะดุ้ง
จิตใจฉันมันฟุ้งซ่าน ไร้ทิศทาง

เมื่อสิ้นแสงทองจากฟากฟ้า
แสงจันทรายามราตรี ก็สาดส่อง
แต่หัวใจของพี่ก้อง ยังหวิวไหว
เหมือนใจพี่จะหลุดหายล่องลอยออกไป
มันคงอยากไปตามหาหัวใจของเธอ

จากผืนดินไร้ค่าที่ข้างบ้าน
พี่พลิกมันให้เป็นป่าสีเขียว
หวังจะได้ใกล้ชิดกับเธอซักวันเดียวมาถือเคียวถือจอบร่วมเรียงกัน
ต้นไม้ฉันนับวันจะเติบใหญ่ แต่ความรักนับวันไกลจากฉัน
เธอเคยเดินเก็บเกี่ยวสารพัน
แต่ทุกวันนี้เธอหายไปจากลา

ฉันอยากได้ตัวเธอมาเคียงข้าง
ฉันอยากได้เธอมาไว้เคียงกอด
ฉันอยากได้เธอนั้นมาพร่ำพรอด
ฉันอยากได้เธอนอนกอดตลอดคืน
ที่ฉันผิดก็คงเพียงเท่านี้

ทำไมคนดีจึงผลักไส
ไล่ตัวพี่ออกไปจากหัวใจ
ทำให้พี่ร้องไห้ เศร้าเอกา

แสงจันทร์สีทองส่องสาด
แต่มันเหมือนมีดบาดหัวใจพี่
กว่าข้ามคืนข้ามวัน ผ่านพ้นราตรี
เธอรู้ไหมคนดี มันชั่งแสนยาวนาน
ใจที่เจ็บ แม้ต้องสายลมมันก็เจ็บ
นับวันแผลที่หัวใจของพี่ มันยิ่งเป็นแผลใหญ่
ซอนแซกเข้าไปทุกอณูของหัวใจ
ยิ่งฉันรักเธอเท่าใด ยิ่งดูเหมือนหัวใจพี่จะได้แต่น้ำตา

เสียงเขียดร้องระงม ผสมสายลมโบก กระโชกพัด
สายฝนก็สะบัดพัดพาตามแรงลม
ราตรีนี้ ชั่งยาวนานเสียเหลือเกิน



เพลงชั่งเถอะฉันมันจน กังวาล ทองเนตรประพันธ์ คำร้อง ทำนอง ขับร้อง




วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สุขสันต์วันเศร้า


วันที่แสนเศร้า





เธอเท่านั้น ที่ตาย เพื่อฉันได้ 
พี่เสียใจ อาลัย และโหยหา 
มีเพียงเธอ เท่านั้น วริญญา 
ที่รักพี่ เสมอมา ด้วยใจจริง 
ถึงวันนี้ ไม่มี ใครแทนได้ 
ที่เขามา ชิดใกล้ และสุงสิง 
เขาต้องการ เพียงแค่ คนรู้จริง 
ได้ทุกสิ่ง เขาก็ ไปจากเรา 
ไม่มีใคร ซักคน ที่จริงใจ 
คิดคิดไป มันชั่ง เป็นน้ำเน่า 
ที่เขามา ชิดใกล้ กับตัวเรา 
เพราะเห็นเรา โง่เง่า เหมือนเต่านา 
แสนอาลัย ถึงเธอ เพ้อหารัก 
หัวใจพี่ ช้ำหนัก รักไร้ค่า 
ไม่มีเธอ ใจพี่ ไร้ราคา 
อยากให้เธอ กลับมา เคียงชิดใจ 
เธอรู้ไหม ใจพี่ นี่ตายซาก 
อยู่ก็ยาก ตายก็ยาก สุดทนไหว 
มารับพี่ หน่อยซี แม่ทรามวัย 
พี่อยากตาย แล้วไป อยู่กับเธอ 
พี่เหมือนกาก หัวใจ ที่ไร้ค่า 
ไร้ราคา ไร้คน ยื่นเสนอ 
วันเกิดพี่ คราใด ให้ละเมอ 
คิดว่าเธอ นั้นยัง อยู่ข้างกาย 
วันเกิดพี่ ปีนี้ ก็แสนเศร้า 
ไม่มีใคร ไม่มีเขา มาปองหมาย 
นั่งโศกเศร้า โศกา พาเดียวดาย 
คิดขึ้นมา คราใด ใจระทม 
ที่รักจ๋า วริญญา เธอรู้ไหม 
พี่หมองไหม้ หัวใจ สุดขื่นขม 
มีแต่เธอ เท่านั้น แม่เอวกลม 
ปลอบประโลม ตัวพี่ ให้หายใจ



เพลงสุขสันต์ วันเศร้า สายัณห์ สัญญา ขับร้อง




วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ชอบของใหญ่ของยาวเลยได้สมใจอยาก






สมัยยังเด็ก
เรายังไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับชีวิตเลย
ไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย ไม่รู้ยากจน ไม่รู้ร่ำรวยว่าคืออะไร
พอโตมาหน่อย ก็เริ่มรู้ว่า อะไรคือลำบาก อะไรคือสบาย

พอตอนรุ่นๆน้าเรามีรถมอเตอร์ไซค์
เราก็ได้ขับได้ขี่ ก็รู้สึกว่า สบายดี สะดวกดี ก็เท่านั้น
แต่วันนึงเพื่อนบ้านใกล้กันเขามาบอกว่า พ่อข้าซื้อรถยนต์มาด้วย
เพื่อนบอกเราว่า รถยนต์มันดีกว่ามอเตอร์ไซค์ของน้าเอง
แสดงว่าน้าเองยากจนกว่าพ่อข้า

ตอนนั้นสิ่งที่เข้ามาในสมองคือ ใครมีรถคันใหญ่แสดงว่ารวยกว่าใช่มั๊ย
ตามแนวคิดของเด็กๆรุ่นๆกระเตาะ
พอเราจบ ม.3 ออกหางานทำ มีเงินเดือนใช้ มีเงินเก็บ มีเงินส่งพ่อแม่
ได้เรียนรู้ สังคม เข้าใจสังคม เข้าใจชีวิตมากขึ้น ก็ได้รู้ว่า

รวยหรือจนไม่ได้อยู่ที่รถคันใหญ่หรือคันเล็ก
เพราะเวลาต่อมา พ่อเพื่อนเจ้าของรถคันใหญ่ มายืมเงินน้าเรา
ซึ่งมีรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อไปจ่ายค่างวดรถยนต์
เราจึงรู้ว่า เปลือกนอกคนนั้น ดูเหมือนใหญ่แต่เปลือกในไม่แข็งแรงก็มีถมไป
และนี่ก็เป็นชีวิตจริงของมนุษย์

คนมากมายมีรถยนต์ขับ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินมากกว่า
คนเดินข้างถนนขึ้นรถเมล์ เพราะรถยนต์ที่ขับทั้งหลาย
หนี้สินท่วมหัวทั้งนั้น หลายคนทนกินแต่บะหมี่แห้งจนจะขาดสารอาหารตาย 
เพื่อรักษาหน้าว่าข้ามีรถยนต์

แต่หลายคนไม่มีรถยนต์กลับไม่เคยเดือดร้อน มีเงินส่งลูกเต้าเรียน
ไม่เดือดร้อนอะไร มีกินมีใช้อย่างไม่เดือดร้อน
นี่ก็แสดงว่าเปลือกนอกของคนเพียงอย่างเดียววัดอะไรไม่ได้
ต้องดูเปลือกใน ดูเนื้อแท้ ว่าเป็นอย่างไรมากกว่า
เศรษฐีมากมาย ที่ทำตัวเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองก็มีถมเถไป

พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ให้นึกถึงคนเคยรู้จักอยู่ สองครอบครัว
สองครอบครัวนี้มีบ้านติดกัน แม่ทั้งสองครอบครัวเคยเป็นเพื่อนรัก
หักเหลี่ยมกันมาตลอดทั้งชีวิต ทั้งเรื่องคู่ครอง อาชีพ
จะไม่ยอมลดลาวาศอกกันเสียเลย

สองคนมีลูกสาวเหมือนกัน
วัยเดียวกันอีกด้วย สองสาวถูกแม่ของตนเอง
กรอกความคิดเข้าสมองทุกวัน ว่าคนบ้านนั้นไม่ดี
ชอบดูถูกเหยียดหยามเรา เราต้องทำให้ได้ดีกว่าพวกมัน

ลูกสาวสองคนของเพื่อนบ้านกันนี้ คนนึงชื่อ แดง
อีกคนชื่ออ้อย แม่ของแดงสอนลูกเสมอว่า
จะหาคู่จะมองผู้ชาย มันต้องดูที่อาชีพการงาน
ดูว่ามีรถคันใหญ่ขับหรือไม่ ให้หาผัวคนที่มีรถคันใหญ่ขับจะดี

ส่วนแม่ของอ้อยสอนลูกว่า ลูกผู้หญิงอย่างเรา
อะไรอะไรหน่อยก็มีแต่เสีย เหมือนส้วม ไม่เหม็นมากก็เหม็นน้อย
ทำดีก็อยู่ตัวทำชั่วก็ถูกด่า ดังนั้นเราต้องใช้ชีวิตไม่ประมาท
อยู่ในร่องในรอย อย่านอกรีต ต้องเป็นคนขยัน อดทน หนักเอาเบาสู้
เป็นคนหูหนัก เป็นคนปากหนัก อย่าเที่ยวเร่รักใครง่ายๆ
อย่าเที่ยวให้ท้ายผู้ชาย เพราะถ้าเขาได้เราง่ายเขาจะไม่เห็นค่าของเรา
อย่าเอาเงินมาตัดสิน ให้ดูยาว ๆดูไกลๆ ดูให้ถึงโคตรเหง้าเขา

ชีวิตคู่สำคัญที่สุดคือความรักความเข้าใจ เพราะถ้าขาดสิ่งนี้ไป
วันนึงข้างหน้าเราแก่เฒ่ามา หน้าตาหย่อนยาน ไม่น่ามอง
ถ้าครอบครัวขาดรักขาดความเข้าใจเสียแล้วจะไม่เหลือสายสัมพันธ์อะไรอีกเลย
จะรักคนดี จงมองคนดี  คนขยัน คนมีเหตุผล ใจกว้าง 
เป็นผู้ใหญ่ เสียสละอดทน ใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา
จะรวยหรือจนก็ชั่งมัน เรามาสร้างมาสมกันต่อได้

แดงในแต่ละวันก็แต่งตัวออกไปนั่งขายพวงมาลัยริมทาง
ก็มีโชว์เฟอร์รถ สิบล้อ สิบแปดล้อมาจอดซื้อพวงมาลัยเธอทุกวัน
จนสัมพันธ์ชิดใกล้กลายเป็นความรัก ซิำแดงยังบอกว่า
นี่คิอผู้ชายที่ตรงกับสเป๊กซ์ที่แม่บอกเลยคือมีงานทำ มีรถคันใหญ่ขับ

ส่วนอ้อย ก็ตั้งหน้าตั้งตาร่ำเรียนหนังสือ เช้าไปเรียนเย็นก็กลับบ้าน
ช่วยแม่ทำงานบ้านตามประสา
วันนึงมีรถเก๋งคันงามขับมาจอดหน้าบ้านอ้อย แม่ของอ้อยยืนมองดูก็เห็นชายหนุ่ม
ลงมาเปิดประตูรถให้อ้อย ก้าวขาลงจากรถ
และอ้อยก็พาชายหนุ่มนั้นเข้าไปแนะนำตัวกับแม่
อ้อยบอกว่า เป็นแฟนกันเรียนที่เดียวกัน พ่อแม่ครอบครัวเขาทำกิจการขนส่ง
มีรถบรรทุกอยู่กว่า 40 คัน รับงานขนส่งสินค้าทั่วประเทศ

พอสมควรแก่เวลาชายหนุ่มแฟนอ้อยก็กลับ
ขณะกำลังจะขึ้นรถกลับ รถบรรทุกคันใหญ่ก็วิ่งมาจอดหน้าบ้านแดง ข้างๆบ้านอ้อย
ซักครู่แดงก็เปิดประตู 10 ล้อ ลงจากรถ แถมแนะนำแฟนตัวเองกับอ้อยด้วย
ซักครู่ชายหนุ่มที่ขับรถบรรทุกคันใหญ่เข้ามาก็ลงจากรถ
พอเห็นชายหนุ่มที่กำลังจะขับเก๋งออกไปก็ ร้องทัก
นายครับหวัดดีครับ นี่แดงแฟนผมครับ วันนี้ขอนายหนึ่งวันนะครับ
พาแฟนกับแม่ยายขับรถเที่ยวหน่อย

ชายหนุ่มดังกล่าวก็พยักหน้า
แม่ของแดงได้ยินชายหนุ่มที่มากับลูกสาวตนเอง ยกมือไหว้ร้องทักกับชายหนุ่มที่มา
กับอ้อยลุกสาวคู่ปรับก็รู้สึกไม่พอใจ ออกไปถามชายหนุ่มว่า
แกไปยกมือไหว้พวกนั้นทำไม ชายหนุ่มก็ตอบกลับมา
นั่นลูกชายเถ้าแก่ผมครับ วันนึงก็มาเป็นเถ้าแก่ผมเต็มตัว
ขืนไม่ทักทายมีสิทธิ์ไปฟ้องเถ้าแก่ไล่ผมออกงานสิครับ

นี่คือบทสรุปของคนที่ชอบมองแค่เปลือกนอก
ในโลกนี้ มันไม่มีอะไรที่ได้มาโดยที่ไม่มีเหตุผล
มันมีเหตุมีผลอยู่ในนั้นเสมอตามแต่แรงบุญแรงกรรมของใคร





วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา




ฟังพี่นะคนดี
ความสูญเสีย มันเกิดขึ้นได้กับคนเราทุกคน
ดังนั้นมันจึงอยู่ที่ว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราจะรับมือกับมันได้มากน้อยแค่ไหน
ถ้าเราคิดว่า ของเรา ตัวเรา เมื่อสูญเสียไป เราก็จะรู้สึกทุกข์ใจ ผิดหวัง เสียใจเป็นธรรมดา

แต่ถ้าเราคิดเสียว่า ของทุกอย่างบนโลกนี้ มันไม่มีของเราเลย
แม้แต่ตัวของเราเอง ก็ไม่ใช่ของเรา เราควบคุมมันไม่ได้
ดังนั้นเมื่อเรารู้เช่นนี้แล้ว เราก็จะปล่อยวาง
สิ่งที่เป็นของเรา เราสามารถควบคุมมันได้ และติดตัวเราไป มีเพียง 
กรรมดี และกรรมชั่วเท่านั้น

พี่เจ็บปวด ถ้าเธอเจ็บปวด
พี่เสียใจถ้าเธอเสียใจ
แต่พี่จะไม่มีวันปล่อยให้เธอ เจ็บปวดและเสียใจหรือจมปรักอยู่กับมันตลอดไป
เราต้องก้าวไปข้างหน้า ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วน สมมุติ
สมมุติว่ามีฉัน มีเธอ และถึงวันนึงสิ่งสมมุตินี้ก็ทลายลง
นี่เป็นลิขิตแห่งกรรม ไม่มีผู้ใดฝ่าฝืนได้ 
อะไรที่ไม่เป็นของเรา เราก็ฝืนไม่ได้
อะไรที่ใช่ของเรา ไม่อยากได้มันก็ได้
คำพิพากษาสวรรค์
ไม่สามารถยื่นอทธรณ์หรือยื่นฎีกาได้
เราต้องก้มหน้ายอมรับมันเท่านั้น
เข้มแข้งต่อไป
จำไว้ว่า ทรัพย์สิน เงินทอง ข้าวของ สิ่งใด
แม้มันไม่จากเราไป เราเองก็จะตายจากมันอยู่ดี

ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนคือสิ่งที่ไม่เที่ยง
มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตาย
เกลียดแค่ไหนก็ตายจากกัน
รักแค่ไหนก็ตายจากกัน
จนก็ตาย รวยก็ตาย
คนที่เคยบอกรักเรา นอนกอดเราอยู่ทุกคืน
วันนึงเราสิ้นลมหายใจ เขาก็รังเกียจเรา กลัวเรา
ดังนั้นจิตใจของเรา จงตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ตั้งอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง
เวลาเกิดอะไรขั้นกับเรา เราจะได้ไม่ทุกข์ใจ
เข้มแข็งและสู้ต่อไป พี่อย่างข้างเธอเสมอ