ยินดีต้อนรับทุกท่านสำหรับคนใจช้ำที่ถูกย่ำยีมาไม่ว่าคุณจะเป็นใครเราคือเพื่อนกัน

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เวลาที่ผ่านไป


เส้นทางชีวิต
บางครั้งมันก็แปลก และยากที่จะอธิบาย
หลายครั้งที่เรามีสิ่งดีๆอยู่ในมือ แต่เรากลับไปมองหา
และไล่คว้า เอาสิ่งที่ไม่มีค่าใดๆและไร้สาระมาให้ชีวิตตนเองวุ่นวายเสียอย่างนั้น

ในเส้นทางชีวิตเราแต่ละคน
ถ้าเราจะนั่งลงตรองดูให้ดีซักหน่อย
เราก็จะพบว่ามันไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว
ภายใต้ชีวิตที่เราคิดว่าล้มเหลว แย่ มันก็มีสิ่งดีๆผ่านเข้ามาในชีวิตอยู่เสมอ
มันไม่ได้แย่หรือเลวร้ายเสียทีเดียว

แต่สิ่งที่เลวร้ายคือ จิตใตของเรานี่เอง
เมื่อเวลาเราต้องการสิ่งใด อยากได้สิ่งใด เราจะจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น
ทุ่มเวลาให้กับสิ่งนั้น ไล่คว้าเอาแต่สิ่งนั้น จนเราไม่มีเวลาหันไปมองสิ่งอื่น
ที่อยู่รอบๆข้างเราเลย

ต่อเมื่อเราสูญเสียสิ่งนั้นไป เราจึงรู้ว่ามันมีค่า
ทั้งที่ตอนที่สิ่งนั้นอยู่กับเรา เรากลับมองข้ามไม่เห็นค่า ไม่ให้ความสำคัญ
พอเสียไป เราจึงรู้ว่า ได้เสียสิ่งที่ดีที่สุดไปแล้ว หลุดมือเราไปแล้ว

การที่เราลุ่มหลงสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรืออยากเอาชนะสิ่งหนึ่งสิ่งใด
เรามักจะมองข้ามเหตุผล และความจริง รวมถึงเสียงตักเตือนจากคนรอบข้างด้วย

เราพลาดโอกาสดีๆ เราพลาดโอกาสสำคัญๆไป หลายครั้งก็เพราะจิตใจเรานี่เอง
เราเจ็บอย่างแสนสา หลายครั้งก็มาจากใจเรานี่เองเช่นกัน

ความรักมันจึงเป็นสิ่งที่อธิบายยาก
ชีวิตคู่ก็เช่นกัน
สิ่งที่เราเลือก เราอยากได้ เรามักไม่ได้
แต่สิ่งที่เราได้ เรามักไม่ได้เลือก
แต่บางครั้ง สิ่งดีๆเราไม่ต้องเสียเวลาไล่ตาม มาหาเราถึงที่ เรากลับมองข้าม
และปล่อยโอกาสนั้นไป

นี่อาจเป็นเรื่องของชะตา
ชะตาที่คนเราร่วมสร้างกันมา ทั้งแง่ดีหรือไม่ดีแต่ปางก่อน
กรรมถึงกัน บาปถึงกัน บุญถึงกัน
ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราได้มาพบเจอกัน
และร่วมกันชดใช้

ทั้งที่เรารู้ว่ามันไม่ดี แต่ทำไม มันกับอยู่กับเรา
ทั้งที่รู้ว่านั่นคือสิ่งดีที่สุดเท่าที่ชีวิตเราเคยเจอ แต่ทำไมไม่อยู่กับเรา

วงโคจรชีวิตของแต่ละคน
มันยากมากที่จะมีเส้นโคจรมาบรรจบ พบเจอกัน
เพราะเราต่างมีวิถีชีวิตมีเส้นทางโคจรของตัวเองในแต่ละวัน
มันยากมากที่เราจะเบี่ยงเส้นทางโคจรของตนเอง
ในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี เราก็โคจรอยู่ในเส้นทางเดียวเส้นทางเดิมนั้น
เมื่อเรามีโอกาสพบเจอคนที่บังเอิญหลงมา หรืออาจเป็นชะตาที่ผลักมาหาเรา และ
ยังให้เราได้มีเวลาร่วมทางกันไปจนมากพอที่จะรู้ว่า เราแต่ละคนเป็นอย่างไร
แต่สุดท้ายเราก็หันหลังให้กัน ทั้งที่เรายังมีความรู้สึกที่ดีให้กัน

ของใกล้มือ ของใกล้ตา เรามักไม่เห็นความสำคัญ
ทั้งนี้ก็เพราะเราสามารถหยิบจับใช้สอยได้อยู่ตลอดเวลานั้นเอง
เราจึงไม่เห็นความสำคัญ
ต่อเมื่อวันนึงเราต้องการใช้สอยของสิ่งนั้นอีก แต่มันไม่อยู่แล้ว
เราจึงรู้ค่าว่า ที่ชีวิตเราง่ายขึ้น ก็เพราะสิ่งที่หายไปนั้น
พอไม่มีสิ่งนั้น ชีวิตเราก็เริ่มไม่ปกติทันที

ขอขอบคุณสิ่งดีๆที่พวกเธอมอบให้
ขอขอบคุณช่วงเวลาทีงดงามที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตฉัน
ที่พวกเธอเดินเข้ามาและมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ฉัน
ขอขอบคุณที่ยังรักกัน ดีต่อกันเสมอมา
ขอขอบคุณความคิดถึง ความห่วงใย ที่มีให้
ขอบคุณพวกคุณมากมายที่ทำให้ชีวิตฉันมันดูมีค่า มีราคาขึ้นมาในช่วงเวลาหนึ่ง
ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณจากหัวใจจริงฉันจะไม่มีวันลืมช่วงเวลานั้นที่ฉันเคยได้ เคยมี
ขอบคุณทุกคนขอบคุณทุกความรู้สึก
ขอบคุณมาก





ขอบคุณคุณริญ





ขอบคุณศรีฯ


วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เกิดแก่เจ็บตายคืองานศิลปะ




การเกิด และการตาย
คือความสมดุลที่ธรรมชาติเป็นผู้กำหนดขึ้น
ถ้าการเกิดและการตายไม่สมดุลกัน สิ่งมีชีวิตก็จะล้นโลก
หรือหมดไปจากโลก

ดังนั้นการเกิดหรือการตาย
มันจึงเปรียบดั่งเป็นงานศิลป์ที่ธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์
ถ้าครอบครัวหนึ่งมีสมาชิกในครอบครัว 4 คน 
และเพียงพอกับการอยู่อาศัยในครอบครัวนั้นพอดี
แต่ถ้าไม่มีการตายเลย ครอบครัวนี้ก็จะแออัด หนาแน่นด้วยจำนวนสมาชิกที่มากขึ้น
มีคนหลายรุ่นหลายชั่วอายุคนอาศัยอยู่ด้วยกัน

จะมีปัญหาในการปรับตัวเข้าหากัน
สมาชิกหลายรุ่น มีรสนิยมที่แตกต่างตามแต่ยุคสมัยของตนเอง
ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นในครอบครัว

แต่ถ้าครอบครัวนี้ ไม่มีอัตราการเกิด ไม่มีสมาชิกใหม่ในครอบครัวเลย
ครอบครัวนี้ก็นับวันจะมีพื้นที่ว่างมากขึ้น มีช่องว่าทางใจ ช่องว่างทางสังคม
มีรอยแยกที่เกิดจากความว้าเหว่ เดียวดายเพิ่มมากขึ้น

นับวันสมาชิกในครอบครัวเริ่มล้มหายตายจากไป
แต่ไม่มีสมาชิกใหม่เกิดมาแทนที่ ในที่สุดครอบครัวนี้ก็จะล้มสลายลงโดยตัวเอง
การเกิด การตาย จึงเป็นงานศิลปะที่ธรรมชาติเป็นคนปั้นแต่งขึ้นอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ถ้าเราตายไปแล้ว แต่เรากลับไม่สูญเสียความทรงจำหลายๆชาติ
ตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่ หรือเรียกว่าระลึกชาติได้

เมื่อเราเกิดมาใหม่อีกครั้ง
ความทรงจำชาติที่แล้ว ก็จะกลับมาทำลาย มาหลอกหลอนเรา ไม่มีที่สิ้นสุด
เช่นชาติก่อน เราเคยถูก นายดำ หรือนางแดง
กระทำกับเราไว้อย่างไร เมื่อเราตายไป
ความทรงจำนั้นสมควรที่จะถูกลบทิ้งไป
เมื่อเรากลับมาเกิดใหม่เราจะได้จำภาพอันเจ็บปวดนั้นไม่ได้ เราก็ไม่ผูกใจเจ็บ
แต่ตรงกันข้าม
เมื่อเราเกิดมาชาติใหม่
เรากลับยังมีความทรงจำเดิมเหลืออยู่ 
โดยที่นายดำ นางแดงก็ยังมีชีวิตอยู่ใกล้ๆเรา
เมื่อเราโตขึ้น เห็นหน้านายดำนางแดงทีไร
ก็เหมือนพบเห็นศัตรูอยู่ตรงหน้า และยั้งตนเองไม่ได้ กลับมาเอาคืนนายดำนางแดง
ทั้งที่นายดำนางแดงไม่รู้ตัวว่าเรื่องอะไร

แต่เรากลับบอกว่าเป็นความผิดชาติที่แล้ว
มันก็ไม่ยุติธรรม อย่างนี้ สังคมโลกก็ไม่สงบสุข 
เพราะจะมีแต่คนที่เกิดมาแล้วจำอดีตตนเองได้หมด
และแทนที่จะมาตั้งใจเสาะหาความก้าวหน้าให้ชีวิต ก็จะจมอยู่กับอดีตเมื่อชาติก่อน
แล้วจับอาวุธเข้าห้ำหั่นกันในเรื่องที่เป็นอดีตชาติไปแล้ว

ดังนั้น เมื่อเราดับสิ้นชีวิตลงไปในชาตินี้ 
ยุติธรรมแล้วที่ความทรงจำเราต้องดับสูญไปด้วย
และเป็นเราตัวตนคนใหม่ ภพใหม่
ไม่ควรไปตามไล่ล่าล้างผลาญกันอีก ปล่อยให้กรรมทำหน้าที่ของมันไป

นี่จึงเป็นธรรมที่ธรรมชาติกำหนดขึ้นไว้อีกเช่นกัน
เพื่อให้สังคมมันน่าอยู่ มันอยู่อาศัยได้ แทนที่จะมีแต่ผู้เกิดมาแก้แค้น

เมื่อเรามองเห็นเส้นทางชีวิตอย่างนี้แล้ว
ความตายจึงเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัว
และความตายก็ควรนำความทรงจำเก่าทิ้งไปด้วยเช่นกันเพื่อให้ชีวิตใหม่
กับสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้นั่นเอง






วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

หลงทางจนเสียเวลา





บางคนรู้แค่ เลข 1-9
 ก็คิดว่าตัวเองรู้มากแล้ว ก็คิดเองว่าข้านี่แหละแน่ที่สุดในแผ่นดิน
 แต่บางคนกำลังคิดค้นตัวเลขใหม่ขึ้นมา ก็คือ เลข 0 
คนที่รู้เลข 1-9 พากันนั่งหัวเราะ เพราะต่างชี้ว่าเลข 0 มันไม่มีค่า
แต่เมื่อคนคิดค้นเลข 0อธิบายและแสดงวิธีใช้ 
ทุกคนจึงเห็นว่า เลข 0 คือเลขอัศจรรย์ที่ ทำให้จำนวนนับกลายเป็น อินฟินิตี้
 ไม่มีที่สิ้นสุด เพียงแค่เติมเลข 0 ใส่ข้างหลังเลขตัวอื่นเท่านั้น ก็มีค่าไม่มีที่สิ้นสุด 
และสามารถ แบ่งทอนลงได้ ด้วยเลข 0 เช่นกัน
พวกที่คิดว่าตัวเองฉลาดรู้หลายเลขมากกว่าจึงยอมจำนนว่าแท้จริงตนเองยังโง่อีกเยอะ
 เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าคนรู้ แม้จะรู้มาก ก็รู้จากที่คนอื่นสร้างขึ้น 
มันสู้คนที่รู้น้อย แต่รู้จากการคิดค้นสร้างขึ้นมาเองไม่ได้

บางครั้ง
 เราคิดว่าสิ่งนี้ใช่ แต่มันก็ไม่ใช่ 
บางครั้งเราคิดว่าสิ่งนี้ควร สุดท้ายมันก็ไม่ควร 
บางครั้งเราคิดว่าสายตาเราถูกต้องที่สุด แต่บางครั้งมันก็ไม่ใช่เช่นกัน

หลายๆครั้งที่เราต้องเสียเวลา ไล่ตาม ไล่คว้าสิ่งที่เราคิดว่า ควร และมันใช่
โดยลืมมองดูสายตาคนอื่นที่อยู่รอบข้างเรา ที่คอยจับจ้อง มองดูเราตลอด 
อยู่ห่างๆ แต่ไม่กล้าเผยตัวออกมา

ต่อเมื่อวันนึง เรานั่งร้องไห้
 เราแอบมองเห็นว่าคนรอบข้างเราคนนั้นแอบร้องไห้ด้วย 
บางครั้งเราสะดุดทำท่าจะล้มลง 
เธอกลับตกใจเหมือนจะล้มตามเรา หรือคอยดึงเราขึ้น

คนธรรมดา
 ที่ไม่เคยอยู่ในสายตาเราเลย
 แต่กลับเป็นคนที่เราเห็นหน้าเธอทุกครั้งที่เรามีปัญหา 
โทรศัพท์มาคอยถามไถ่ สุข ทุกข์ อย่างไร 
ได้ขนมซักชิ้น ผลไม้ซักลูก เธอก็มาถึงเราตลอด

เวลานี้ ฉันเริ่มเข้าใจว่า ใคร ควร ใครไม่ควรที่จะใช้ชีวิตอยู่ข้างเราตลอดไป
ถึงแม้มันอาจไม่ได้อยู่ด้วยกัน ร่วมหอเคียงห้อง
 แต่ทุกครั้งที่ลืมตา เราก็มีกันเสมอมา 
ฉันค้นพบ และมองเห็นเธอแล้ว

ขอโทษที่พี่เสียเวลาตั้งมากมาย เพื่อไปไล่คว้าเอาขี้มาใส่มือให้เหม็นติดมือ 
บัดนี้ ประตูใจพี่เปิดไว้เพื่อเธอเดินเข้ามา ถามไถ่ สารทุกข์ สุกดิบเสมอ


หนอนในบ่อขี้ ย่อมไม่มีทางรังเกียจกลิ่นและรสชาติของขี้ไปได้
แค่เพียงมันอ้าปาก ขี้มากมายก็ไหลเข้าท้องของมันแล้ว

แม้จะมีเทวดา ไปบอกมันว่า ภพภูมิที่หนอนอยู่ มันไม่ควรอยู่ และจะพาไปอยู่วิมาน
แต่หนอนกลับบอกว่า ไม่มีที่ไหนดีกว่าที่นี่อีกแล้ว 
เป็นเทวดา เวลาจะกินยังต้องเสียเวลานึกนึกจึงจะอิ่มทิพย์
 เป็นหนอนในบ่อขี้ แค่อ้าปาก ขี้ก็เต็มท้องแล้ว

เมื่อสิ่งมีชีวิต อยู่กับสิ่งใดเป็นเวลานานๆ และทำสิ่งนั้นเป็นเวลานานๆ สุดท้าย
 สิ่งมีชีวิตนั้น ก็จะชินกับมันจนเป็นเรื่องธรรมดา และสูญเสียความสามารถในการแยกแยะ
 ดีชั่ว ควร ไม่ควร ออกจากกันได้ อยู่กับขี้ จนไม่รู้สึกเหม็นกลิ่นขี้ 
อยู่กับคำพูดที่หยาบกร้าน จนรู้สึกธรรมดา 
วันนึงเมื่อเห็นสิ่งที่แตกต่างจากที่ตัวเองเป็นอยู่
ก็คิดว่า นั่นคือสิ่งผิด 
มนุษย์ย่อมเป็นไปตามกรรม 
เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว 
พูดในสิ่งที่ควรพูดแล้ว
 ก็จงอย่าเสียใจที่จะเดินจากไป 
เพราะเราได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว
ถึงเวลาที่เราจะหันวงโคจรใหม่และเลี้ยวกลับไปหาเธอคนนั้น
คนที่ไม่เคยได้แม้แต่ความห่วงใย คิดถึง สายตาที่เป็นห่วงจากฉันเลย
แต่เธอกลับมีทุกสิ่งทุกอย่างให้กับฉัน

ทุกเส้นทางใจของพี่ นับแต่วันนี้จะไหลไปหาเธอ
และจะหยุดละเมอหาขี้เสียแต่วันนี้




วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเดินทางที่ถูกต้อง



เคยไหม ตอนที่เราเป็นเด็ก
เราจะมองเห็นต้นไม้ และภูเขา มันชั่งดูสูงมาก น่ากลัว
แต่เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ เรากลับไปตรงนั้นอีกที
ทำไมเรารู้สึกว่า ต้นไม้มันเตี้ยลง มันเล็กลง ทั้งที่มันคงเดิม
ภูเขามันก็ดูเล็กลง ไม่น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว

นั่นก็เพราะมุมมองสายตาของเรา ที่มองจากส่วนสูงที่เรามีตอนนั้น
มันทำให้ขนาดสิ่งของที่เรามองเห็นมีขนาดใหญ่โต จนน่ากลัว

เช่นเดียวกับระบบความคิด
สิ่งใดที่เราไม่รู้ ไม่เห็นมาก่อน หรือไม่มีประสบการณ์
ไม่มีฐานความรู้ฐานข้อมูลมาก่อน เราก็จะกลัวมัน หรือไม่แน่ใจ
หรือถ้าเราเคยรู้มาก่อน แต่รู้ในแง่มุมที่ไม่ดี เราก็จะยิ่งกลัวมันขึ้นไปอีก
ทั้งนี้ก็เพราะความทรงจำเรายังจดจำภาพไม่ดีต่างๆเหล่านั้นเอาไว้
เราก็จะจำฝังใจในภาพเลวร้ายเหล่านั้น

แต่เมื่อวันหนึ่ง เราเปิดใจให้มัน เปิดใจเพื่อที่จะศึกษาหาความรู้จากมัน
ว่าทำไม คราวนั้นเราจึงกลัว เราพลาดตรงไหน อะไร
เมื่อเราเปิดใจเช่นนี้ เราก็จะไม่กลัวมันอีกต่อไป
และเราก็จะได้ความรู้ใหม่ๆจากมันด้วย

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ มีทั้งดีและไม่ดีอยู่ในตัวเอง
มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะจดจำและเลือกรับเอามุมมองใดไปใช้
ทุกสิ่งทุกอย่าง มันเป็นบทเรียนให้เราได้หมดทั้งสิ้นทั้งแง่บวกหรือแง่ลบ

มันขึ้นอยู่กับว่า เรากล้าพอที่จะเปิดใจรับมันหรือไม่
หรือเรากล้าพอที่จะเดินย้อนกลับไปทบทวนดูมันอีกครั้งหรือไม่
ให้เหมือนกับที่เรากล้าที่จะเดินไปดู ต้นไม้ใหญ่ ภูเขาสูง ที่เราเคยกลัวในวัยเด็กนั่นเอง
เมื่อเราเดินกลับไปดูอีกครั้ง เราก็พบว่า ที่เรากลัว แท้จริง ก็เพราะใจเรายังไม่พร้อม
เท่านั้นเองที่จะมองอะไร คิดอะไรที่มีขนาด ใหญ่กว่า สายตา 
และความรับผิดชอบของเราของเราในวัยนั้นได้

ทั้งที่แท้จริงมันไม่ได้เลวร้ายเลย
มันก็เป็นของมันอย่างนั้น อยู่อย่างนั้น
เราเองต่างหากที่ไม่พร้อม เราจึงบอกว่ามันเลวร้าย เราจึงกลัวมัน

เมื่อใดที่ใจเราพร้อม
เราก็จงกลับมาคิดทบทวน เรื่องราวต่างๆได้ว่าแท้จริง
เราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากลัวด้วย
หันมามองมัน แล้วเดินข้ามมันไป
หรืออยู่กับมันต่อไป
ด้วยความกลัว สงสัย เจ็บปวดต่อไป จนตาย
โดยที่ไม่คิดจะหาทางแก้ไขเลย

จำไว้ว่า ไม่มีคำว่าสาย
สำหรับการเริ่มต้นที่ถูกต้อง
ทันทีที่เราเริ่มต้นใหม่ นั่นก็แสดงว่า เราพร้อมแล้วทั้งกายและใจ
ที่จะเดินไปในแนวทางที่ถูกต้องอีกครั้ง

ความจริงมันเจ็บปวดเสมอ
แต่มันก็คือความจริงที่เราหลบมันไม่ได้
ดังนั้นเราต้องอยู่กับมัน ยอมรับมัน
เพราะนี่คือโลก
ที่ทุกอย่างเรา่ไม่มีทางเดินหนีสิ่งที่เราเคยสร้างไว้ได้
เพราะมันคือความจริง
ความจริงที่เราต้องยอมรับมัน



ดังนั้นจงอย่ากลัวความจริง

เพราะเราไม่มีทางที่เราจะวิ่งและหลบหนีมันไปที่ไหนได้

ไม่มีที่ที่จะให้เราหลบหรือแอบซ่อนมัน 
แม้แต่ในหลุมฝังศพก็ไม่สามารถซ่อนความจริงเอาไว้ได้






วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สายใยรัก


เส้นทางรัก

ความรัก มันเป็นเพียง สายใยบางๆ ที่พร้อมจะขาดวิ่นลงได้ทุกเวลา
สิ่งเดียวที่จะทำให้สายใยรักนี่อยู่ต่อไปได้ก็คือ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ความไว้ใจซึ่งกันและกัน
เมื่อใดก็ตามที่มีแรงผลักแรงเหวี่ยงออกไปจากสายใยนี้ข้างใดข้างหนึ่ง
มันก็พร้อมที่จะขาดลงตลอดเวลาและหลุดลอยไปในอากาศ
โดยไม่มีวันหวนคืนมายังจุดเดิม หรือคงสภาพเดิมได้อีก

ความรักมันจะแตกต่างจากความใคร่
ความรักไม่จำเป็นต้องมีความใคร่ ก็ยังรักกันได้
ในทางตรงกันข้าม
คนเราสามารถจะมีความใคร่โดยไม่ต้องมีความรักก็ได้

การที่หนุ่มสาว ชายหญิง มีความใคร่ หรือเสพสมกัน
ไม่ได้หมายความว่า เขารักกัน
มีคนมากมายที่นอนด้วยกัน แต่ไม่ได้รักกัน

การเป็นสามีภรรยากัน ไม่ได้หมายความว่า ได้นอนด้วยกันมาแล้ว
เพราะมิเช่นนั้น มีหลายคนที่นอนด้วยกันก็ไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน
ทั้งนี้ก็เพราะ ขาด สายใยแห่งรักนั่นเอง

อาทิหลายคนไปใช้บริการของสถานบริการทางเพศ
แม้สองคนจะได้เสพสมกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นสามีภรรยากัน
ทั้งนี้ก็เพราะ มันขาดสายใยรักเป็นตัวชักนำไป
หากแต่เป็นเงิน เป็นเพียงการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ไม่ใช่รัก

ดังนั้น รักจึงมีคุณค่าที่สูงส่ง
ผู้หญิงที่ ชายรัก นั่นก็หมายถึง อยากได้ไปเป็นคู่ชีวิต
เป็นภรรยา เป็นแม่ให้ลูก เป็นคนในครอบครัว 
ไปร่วมสร้างครอบครัวใหม่ สร้างอนาคตร่วมกัน
เช่นเดียวกันกับ ชายที่หญิงรัก หญิงก็ต้องการสิ่งนี้เช่นกัน

รักในความหมายนี้ จึงทรงคุณค่า
ซื้อหาไม่ได้ด้วยเงิน แต่ใช้ใจแลกใจ
เพื่อจะให้ได้มาซึ่งคู่ร่วมเส้นทางชีวิต

ยุคสมัยนี้ไม่บูชารัก แต่บูชาเงิน
ใครใช้เงินก็สามารถครอบครองทุกอย่างได้เช่น
ลงทุนดาวน์รถให้ เพียงเท่านี้ก็ได้ตัวแล้ว
ลงทุนดาวน์บ้านให้ ซื้อโทรศัพท์ดังๆให้
ใช้เงินไม่กี่หมื่นกี่แสน ก็ซื้อคนมาได้ทั้งคน และเป็นทาสเงินตลอดไป

เช่น ดาวน์รถให้
ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่มีปัญญาจะผ่อนรถเอง 
ก็ต้องงอนง้อ ยินยอมผู้ชายคนนั้นอยู่ทั้งชาติ
เพื่อให้ตนเองมีรถ และมีชีวิตอยู่ได้ 
จึงยอมทุ่มกายถวายตัวเปรียบเหมือนทาสอารมณ์เขา
เรียกว่าบูชาวัตถุจนไม่เห็นคุณค่าของตนเอง
ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็มาจาก ความอ่อนแอ
ดูถูกตนเอง ไม่เชื่อว่าตนเองจะดำรงชีวิตอยู่ต่อได้ถ้าขาดคนช่วยเหลือ
จึงยอมตกเป็นเบี้ยล่าง ไร้ศักดิ์ศรี ให้คนดูถูกเหยียดหยาม

ในทางตรงกันข้าม ผู้ชายก็จะไม่เห็นความสำคัญกับเราเลย
จะเห็นเราเป็นเพียงของเล่น เบื่อก็เขี่ยทิ้งทันที
และไปทำเช่นนี้กับคนอื่นๆต่อไป
ผู้หญิงพวกนี้ก็จะตกเป็นคนที่หลักลอย
เพราะคิดแต่จะพึ่งพาลมหายใจจากผู้อื่น
จะอยู่ได้ก็ต้องกู้หนี้ ยืมสิน กู้อีกเจ้า เพื่อมาใช้หนี้ให้กับอีกเจ้า
สุดท้ายก็จะติดหนี้สองทาง พอกพูนทวีขึ้นจนที่สุดก็จมลงก้นเหวก้นบ่อ
ไม่มีทางเป็นอิสระภาพได้
ส่งผลให้เกิดช่องว่าง ที่คนชอบฉกฉวยโอกาส เดินเข้ามา 
เพื่อยื่นข้อเสนอ ปลดหนี้ให้ เพื่อแลกกับ ชีวิตเราทั้งชีวิตเป็นทาสเขา 
ให้อยู่ในทุกสถานะได้ โดยไม่มีสิทธิปริปากพูดได้เลย

นี่คือผลของการบูชาเงินบูชาวัตถุ สุดท้ายจะจบลงด้วยการเป็นทาส

ส่วนการบูชารัก
เมื่อเราได้ใช้หัวใจ เชื่อมสัมพันธ์กัน
จนมารักกัน ได้มาแต่งงานกันอยู่กินกัน
แม้บางครั้งจะไม่ร่ำรวย
แต่สิ่งที่มีคือ สายใยรัก
สายใยรักนี้ มันจะกลายเป็นแรงผลัก เป็นกำลังใจ
ให้เราได้ขุดเอาศักยภาพของตนเองออกมา ทำมาหากิน
ในที่สุดก็จะสร้างฐานะที่มั่นคงได้ เรียกว่าได้ทั้งตัวได้ทั้งใจ
ได้ทั้งเพื่อนแท้ ในฐานะที่ร่วมสร้างร่วมสมลำบากกันมา
ลำบากบ้างระยะแรก แต่ก็สุขสบายเมื่อปลายมือ
ครองรักกันยั่งยืนนานจนตายจากกัน และมีอนาคตร่วมกันคือลูกหลานสืบทอดต่อ
นี่คืออนุภาพแห่งรัก


วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

รักเงินหรือใจ



พี่..
ไม่มีรถ คันโก้ โชว์เจ้าหรอก             คนกระจอก งอกง่อย  ด้อยทรัพย์สิน
โธ่ตัวพี่  ก็แค่ คนเดินดิน                    แค่หากิน  เลี้ยงไส้ ไปวันวัน
ไม่มีแง่ง มีดาว อยู่บนบ่า                    แถมถูกคน  ชี้หน้า ว่าเหยียดหยัน
สารพัด สายตา  มาโรมรัน                  แต่ตัวฉัน  ไม่เคย ขอใครกิน
มีศักดิ์ศรี  เหมือนเช่น  ใครทั้งผอง    ใจพี่ก้อง ไม่หวั่น คำติฉิน
แต่เสียใจ  คนใกล้  ป้ายราคิน                จนหัวใจ  พี่บิ่น เกินทำใจ
พี่ไม่รวย  โอ่อ่า  หรอกนวลน้อง           แต่พี่ก้อง  หาจน  ปัญญาไม่
ซ้ำรักแท้  รักจริง  แม้รักใคร                ไม่ทำลาย  ใจใคร ให้หมองตรม
หญิงคนใด  คนไหน  ที่พี่รัก                 จะทุ่มเท ฟูมฟัก  รักเหมาะสม
สี่ห้องใจ  มอบไว้  ให้เอวกลม               ไม่นิยม ตัวพี่ ไม่ว่าไร
แต่พี่ขอ อย่ามา  หยามเกียรติกัน         ขอแค่นั้น  คนดี ให้ได้ไหม
ไม่มากมาย  หรอกน้อง ขอจากใจ        ขอศักดิ์ศรี พี่ไว้  ไม่อายคน
ยามที่พี่  มีรัก  ทุ่มเทใจ                           เธออย่าได้  ใสไฟ ให้สับสน
เธอรู้ไหม ตัวพี่  นี่ก็คน                            เธอก็คน  ใช่มา จากดาวเดือน
สักวันหนึ่ง  เมื่อใจ พี่หมดรัก                 ใช่ว่าพี่  หาญหัก  ให้รักเคลื่อน
พี่ให้ใจ แต่เธอ ไม่แชร์เชือน                   เฝ้าบิดเบือน หลีกลี้ หนีความจริง
สักวันหนึ่ง  ถ้าเธอ นั้นพลั้งพลาด           เธอก็อาจ หมดสิ้น ในทุกสิ่ง
ถึงวันนั้น  ใจพี่ คงประวิง                           มอบรักจริง  ให้เธอ ไม่ได้เลย
ถ้าพี่ใช้  เงินทอง  กองใส่หน้า                  แม่แก้วตา จะโดดใส่  หรือนิ่งเฉย
บอกกับพี่  มาสิ  แม่ทรามเชย                   ให้รู้แดง  ไปเลย  อย่ารั้งรอ
ถ้าเมื่อใด  ตัวพี่ นั้นใช้เงิน                           จะไม่เขิน เมื่อเธอ มาร้องขอ
เมื่อใช้เงิน  ใจพี่  ก็ไม่รอ                             จะไม่ขอ  มีเธอ  อยู่ในใจ
หญิงคนไหน  ใช้เงิน  ซื้อหามา                 ไม่มีค่า ให้ใจ ฉันรักได้
เธอได้เงิน  ฉันได้ตัว  แลกกันไป                เป็นแบบนี้ ใช่ไหม  ที่ต้องการ
อยากได้เงิน  เชิญมา  หาพี่ได้                    มาใช้ตัว แลกไป  แม่ตาหวาน
แต่อย่าคิด ได้ใจ แม่นงคราญ                     เมื่อต้องการ ได้เงิน  ก็หมดใจ
แม้ไม่รวย  เงินทอง  กองท่วมหน้า              แต่ก็รู้  จักหา มาให้ได้ 
มาค้าขาย กันไหม  แม่ทรามวัย                  ดูว่าใจ  และตัว  เธอกี่พัน
เธอรักเงิน หรือใจ  ใครกันแน่                      อย่ามาแหล  ขอเธอ จงบอกฉัน
ถ้ารักใจ  ก็มา  มาหากัน                               สารพัน ขวัญใจ  จะให้เธอ
ถ้ารักเงิน ก็มา หาพี่ได้                                 เชิญทรามวัย  มายื่น ข้อเสนอ
มาซื้อขาย  แลกกัน ไปเลยเธอ                    ไม่ต้องมา  พร่ำเพ้อ อีกต่อไป 





รักเงินหรือใจ สายัณห์ สัญญา ขับร้อง พี่ก้องทำ






วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สุขสันต์วันเกิด


วันคล้ายวันเกิดของเราจะว่าไปแล้วก็คือ
วันที่แม่ เจ็บท้องอย่างหนักเพื่อจะคลอดเราออกมาลืมตาดูโลก
และก็เป็นวันที่พ่อทั้งตื่นเต้น ทั้งกุลีกุจอ วิ่งพล่าน
เตรียมน้ำเตรียมไฟ เพื่อรอรับลูกน้อยที่กำลังจะเกิดลืมตาออกมาดูโลก
รวมไปถึงมีมวลหมู่ญาติมิตรจะมารวมตัวกันที่บ้าน
เพื่อร่วมแสดงความยินดี ต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวของวงศ์ตระกูล

บรรยากาศนี้มันเกิดขึ้นในวันนี้
วันที่เรา เรียกมันว่าวันเกิดเรา
และกำลังจะจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองให้ตนเอง
โดยบางครั้งอาจลืมไปว่า
วันนี้คือวันที่แม่เราทรมานที่สุด
และก็ดีใจที่สุดที่ลูกลืมตาออกมา

เมื่อครบกำหนดวันนี้
สิ่งเดียวและสิ่งแรกที่เราควรทำในวันนี้คือ

ถ้าพ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่
ก็ให้โทรศัพท์ไปขอบคุณพ่อแม่ ที่ให้ชีวิตเรา
เลี้ยงดู อบรมเราจนโตเติบใหญ่ขึ้นมา

ถ้าพ่อแม่จากไปแล้ว ก็ให้ไปทำบุญใส่บาตร
เอ่ยชื่อถึงพ่อถึงแม่ เพื่อที่จะขอบคุณและสำนึกถึงบุญคุณ
ที่ให้ชีวิตเรา 

จำไว้ว่าไม่มีพ่อมีแม่ ไม่มีเรา
ลมหายใจเรา เลือดเนื้อในตัวเรา คือเลือดเนื้อของพ่อแม่
จงก้มลงกราบขอบคุณท่าน

นี่คือพรหมของลูกจริงๆ
ไม่เคยมีพ่อแม่คนใดไม่รักลูก
เพียงแต่ลูกเท่านั้นที่ไม่เข้าใจความรักของพ่อแม่

หลายคนปีกกล้าขาแข็ง
ลืมพ่อลืมแม่ คิดว่าตนเองไม่มีพ่อแม่ก็อยู่ได้
ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด เพราะไม่มีพ่อแม่ ไม่มีเราวันนี้แน่นอน

หลายคนทำมาหากินไม่ขึ้น ทำอะไรก็ไม่เจริญ
เพราะขาดคุณธรรมข้อ กตัญญูกตเวที
หลายคนรู้สำนึกกลับไปก้มกราบเท้าพ่อแม่
และยกเท้าพ่อแม่นั้น มาเหยียบศรีษะตนเอง
เพื่อให้เท้าพ่อแม่ของพรหมผู้สร้างชีวิต
ได้อภัยได้ไถ่บาปที่ล่วงเกินไว้
ปรากฎว่าชีวิตกลับดีขึ้นเป็นหน้ามือหลังมือ

อานิสงส์ของคุณธรรมข้อ กตัญญูกตเวทีคือ

ผู้ปฎิบัติ ไม่ป่วยกระเสาะกระแสะ
ผู้ปฎิบัติไม่ตายโหง
ผู้ปฎิบัติจะเจริญก้าวหน้า
ผู้ปฎิบัติมีมิตรที่ดีหรือกัลยาณมิตรมีคนรักคนชอบทำมาค้าขึ้น

ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่ละเลยจะได้สิ่งกลับกันเสมอ
เราจะเกลียดคนทั้งโลกก็ได้
แต่เราไม่สามารถเกลียดพ่อเกลียดแม่ได้
นี่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

ผัว-เมีย-เมื่อเลิกรักกัน ก็กลายเป็นผัวเป็นเมียคนอื่น
แต่ความเป็นลูก เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นแล้วเป็นเลย
ลบล้างไม่ได้ เพราะนี่คือลิขิตสวรรค์

ดังนั้น ในวันนี้ (3 ตุลาคม)
พี่ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย
ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั่วสากลโลก
ตลอดจนบารมีของพ่อของแม่
คุณงามความดีที่เราเคยสั่งสม
จงดลบันดาล ประสิทธิประสาทแต่สิ่งดี
คิดการ สิ่งใด ในทางที่ถูก ที่ควร
ก็ขอให้สุข สมหวัง
สิ่งใดที่คิดผิด หลงผิด เห็นผิด ก็คือให้ พบสัจจธรรม 
พบแสงสว่างในชีวิต นำทางให้ชีวิต
พบพาแต่ความสุขความเจริญ
ด้วยอนุภาพแห่งความดี
ที่ข้าพเจ้าเคยสร้างไว้
จงบันดาลให้อุ๊มีความสุข ด้วยจตุพรชัย
อายุ วรรณะ สุขขะ พละ ด้วยประการทั้งสิ้นทั้งผองเทอญ